One2car.com
แอปพลิเคชัน One2Car
ทำนายราคารถของคุณ
4.5
21,133

BYD Dolphin รีวิว ข้อดี ข้อเสีย แต่ละรุ่นย่อยเหมาะกับใคร?

รถยนต์ไฟฟ้า

BYD Dolphin รีวิว ข้อดี ข้อเสีย แต่ละรุ่นย่อยเหมาะกับใคร?

สำหรับ BYD Dolphin ต้องบอกว่ากระแสเขามาแรงมาก โดยเปิดตัวมาพรอมรุ่นย่อยทั้งหมดสองรุ่น Extended Range และ Standard Range เรามาดูกันว่ารถไฟฟ้าคันนี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไรและรุ่นย่อยไหนจะเหมาะกับคุณ


BYD Dolphin

ทำความรู้จักกับ BYD Dolphin

BYD Dolphin คือ รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นล่าสุดจากค่ายยักษ์ใหญ่แดนมังกรอย่าง BYD ที่มีการพัฒนาบนโครงตัวรถแบบ e-Platform 3.0 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดสำหรับรถไฟฟ้าของ BYD เช่นเดียวกันกับ BYD ATTO 3 รุ่นพี่ของเขาที่ทำตลาดมาก่อนสักระยะหนึ่งในประเทศไทย

ในด้านราคา BYD Dolphin เปิดราคาขายมาได้น่าสนใจและเสียงได้ตอบรับล้นหลามมากในตอนนี้ โดยในรุ่น Standard Range จะมีราคาอยู่ที่ 699,999 บาท และ รุ่น Extended Range ราคา 859,999 บาท ด้วยราคาแบบนี้ก็ทำให้มันเป็นที่ถูกใจชาวไทยที่กำลังจะหันมาใช้รถไฟฟ้าเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากลองเทียบราคาดูดีๆ แล้ว BYD Dolphin มีราคาใกล้เคียงกับรถอีโค่คาร์มาก ดีไซน์สวยวัสดุภายในดีเป็นที่ต้องใจมาก

ความแตกต่างของ BYD Dolphin ทั้งสองรุ่นย่อย

ความแตกต่างของ BYD Dolphin ทั้งสองรุ่นย่อย

จุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนของ BYD Dolphin ทั้ง 2 รุ่นย่อย คือ พละกำลังของมอเตอร์ และ แบตเตอรี่ ซึ่งแน่นอนว่ารุ่น Extended Range จะทำได้ดีกว่าอยู่แล้วและราคาก็แพงขึ้นด้วย ข้อสังเกตุที่จะแยกสองรุ่นนี้ให้ออกแบบง่ายๆ คือการดูที่สีของตัวรถที่รุ่นท็อปสุดของเขาสีตัวถังและหลังคาจะคนละสีกัน ส่วนรุ่นเริ่มต้นจะสีเดียวกันทั้งคัน

  • BYD Dolphin Standard Range มอเตอร์แม่เหล็กถาวร 1 ตัว กำลัง 70 kW ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า FWD กำลังสูงสุด 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม. ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ภายใน 12.3 วินาที แบตเตอรีลิเธียมไอออน Blade Battery LFP พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 44.9 kWh แรงดันไฟฟ้า 400 V รองรับการชาร์จ AC ชาร์จ 7 kW รองรับการชาร์จ DC ชาร์จ 60 kW ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC) ทำได้ 410 กม.
  • BYD Dolphin Extended Range มอเตอร์แม่เหล็กถาวร 1 ตัว กำลัง 150 kW ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า FWD กำลังสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม. ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ภายใน 7 วินาที แบตเตอรีลิเธียมไอออน Blade Battery LFP พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 60.48 kWh แรงดันไฟฟ้า 400 V รองรับการชาร์จ AC ชาร์จ 7 kW รองรับการชาร์จ DC ชาร์จ 80 kW ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC) ทำได้ 490 กม.

ถ้าหากลองดูจากรายละเอียดของทั้งสองรุ่นจะเห็นได้ว่ามอเตอร์และแบตเตอรี่ รุ่น Extended Range จะให้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 60.48 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังมากถึง 150 kW ให้พละกำลังที่มากกว่าอย่างชัดเจน และเป็นสเป็คเดียวกันกับ BYD ATTO 3 Extended Range ด้วยทั้งที่ตัวรถของ BYD Dolphin นั้นเล็กกว่ามาก

BYD Dolphin รุ่นเรื่มต้น

ซึ่งถ้าลองมองในฝั่ง BYD Dolphin รุ่น Standard Range ที่ให้แบตเตอรี่ขนาด 44.9 kWh ตัวแบตเตอรีจะเล็กกว่ารุ่น Extended Range ถึง 25% และที่สำคัญคือมอเตอร์ไฟฟ้าที่รุ่น Extended Range มีกำลังมากกว่าเท่าตัวและแน่นอนว่าก็ต้องขับสนุกมากกว่าเพราะว่าสเป็คเท่าพี่ใหญ่แต่ตัวเล็กกว่าน้ำหนักก็ต้องเบากว่าทำให้การออกตัวและอัตราเร่งย่อมทำได้ดีกว่าแน่นอน

อีกประเด็นที่น่าสนใจมากของ BYD Dolphin รุ่น Extended Range คือขนาดแบตเตอรี่ 60.48 kWh กับราคาจำหน่าย 859,999 บาท ก็ถือว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ให้ขนาดแบตเตอรี่ต่อราคาคุ้มค่าที่สุดในระดับราคาเดียวกัน อีกทั้งการออกแบบทั้งภายนอกและภายในก็ทำออกมาอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมกว่าคู่แข่ง เป็นรถไฟฟ้าที่น่าสนใจที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ครับ

มิติตัวถังของ BYD Dolphin ทั้งสองรุ่นย่อย

ส่วนในด้านมิติตัวถังและช่วงล่างทั้ง Standard Range และ Extended Range จะมีขนาด ระยะฐานล้อ ระยะห่างจากพื้น พวงมาลัย และ ระบบเบรก ที่เหมือนกันคือ

  • ขนาดตัวรถ ยาว x กว้าง x สูง 4,290 x 1,770 x 1,570 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2,700 มม.
  • ระยะห่างจากพื้น 130 มม.
  • พวงมาลัยเป็นแบบไฟฟ้า
  • ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรก

ซึ่งถ้าหากดูภายนอกแล้ว ขนาดของ BYD Dolphin อาจจะพอๆ กับ Honda Jazz หรือ Toyota Yaris แต่เอาเข้าจริงแล้วเมื่อดูใกล้ๆ และได้เข้าไปทดลองขับจะรู้ได้ทันทีว่ามันกว้างและยาวกว่า มิติตัวรถจึงออกมาสวยกว่า ขับดีกว่า และ ภายในกว้างกว่านิดหน่อย

ซึ่งทั้งสองรุ่นย่อยจะมีจุดที่ต่างกันตรงที่ Standard Range จะได้ช่วงล่างหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สัน ช่วงหลังหลังแบบทอร์ชั่นบีม ล้อและยางขนาด 195/60 R16 น้ำหนักรถ 1,506 กก. แต่รุ่น Extended Range จะได้ช่วงล่างหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันกับด้านหลังที่เป็นมัลติลิ้งก์ ล้อและยาง 205/50 R17 น้ำหนักรถเปล่า 1,658 กก. ซึ่งแน่นอนว่าความแตกต่างนี้ก็ส่งผลต่อความรู้สึกในการขับขี่อย่างชัดเจนเลยทีเดียว

BYD Dolphin ขับดีไหม?

BYD Dolphin ขับดีไหม?

แน่นอนว่าด้วยช่วงล่าง พละกำลังของมอเตอร์ และ น้ำหนักตัวที่แตกต่างกันก็ย่อมให้ความรู้สึกในารขับขี่แตกต่างกันเป็นเรื่องปกติ สำหรับ BYD Dolphin รุ่น Standard Range ที่มากับช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลงกับด้านหลังแบบ Torsion Beam ต้องบอกว่าช่วงล่างรองรับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนได้ค่อนข้างดีมากแม้จะขับบนถนนที่เป็นทางลูกรังก็ตาม

ซื้อ BYD Dolphin ดีไหม

ในการวิ่งทางเรียบสามารถทำความเร็วเพิ่มขึ้นได้แบบทันใจและต่อเนื่อง แม้มอเตอร์จะให้กำลังเพียง 95 แรงม้า แรงบิด 180 นิวตันเมตร แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว เพราะธรรมชาติของรถไฟฟ้าจะเป็นรถที่อัตราเร่งดีทุกช่วง

ถึงความเร็วอาจจะไม่ได้ขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ก็ทำความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง มันให้ความรู้สึกเหมือนกับขับรถเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร เลยก็ว่าได้ ในช่วงความเร็วสูงถือว่าเอาอยู่ อาการดีดเด้งท้ายรถน้อยมาก เป็นรถที่ปรับช่วงล่างมาได้ดีเยี่ยมแม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น การเก็บเสียงทำได้ดีสำหรับรถขนาดเล็ก ถ้าขับความเร็วเกิน 120 กม./ชม. ถึงจะได้ยินเสียงรบกวนแบบชัดๆ

ซื้อ BYD Dolphin ดีไหม

BYD Dolphin ในรุ่น Extended Range ที่มีแบตเตอรี่ 60.5 kWh กับกำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร ล้อขนาด17 นิ้ว และช่วงล่างด้านหลังแบบ Multi Link แน่นอนว่าความรู้สึกมันเปลี่ยนไปแน่นอน ต้องบอกว่ารุ่นนี้เขาแรงจริง เพราะ 0-100 ในโหมด Sport ทำได้ 7 วินาที ตามที่โรงงานเคลมเอาไวเป๊ะๆ

ถึงจะแรงแต่ต้องบอกว่าสิ่งที่ดีของ BYD Dolphin คือการจ่ายพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้านั้นมีความละเอียดมาก ความรู้สึกที่ได้คือจะเหมือนกับการขับรถยนต์เครื่องสันดาป ไม่ได้เร่งแรงจนหลังติดเบาะเร้าใจแค่ 3 วินาที เหมือนรถไฟฟ้าทั่วไป แต่ Dolphin ทั้งสองรุ่นจะค่อยๆ ปล่อยพลังออกมาแบบต่อเนื่องราวกับขับกวาดรอบเครื่องสันดาปสนุกๆ เลย

ด้านช่วงล่าง รุ่น Extended Range ที่ด้านหลังต่างจากรุ่นเริ่มต้นก็ทำให้ความรู้สึกที่ได้นั้นนุ่มนวลกว่าอย่างชัดเจน มาพร้อมล้อขนาด 17 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่ารุ่นเริ่มต้นก็ทำให้มันขับสบายในทุกพื้นที่ แต่ด้วยมอเตอร์ที่แรงม้าและแรงบิดมันมหาศาลมากก็ต้องบอกว่าอาจจะแอบรู้สึกมีความยวบๆ นิดนึงเวลาขับความเร็วสูงๆ ในทางไกลเพราะช่วงล่างมันนุ่มมาก แต่ต้องบอกว่าขับดีสุดๆ

ซื้อ BYD Dolphin รุ่นย่อยไหนดี?

ซื้อ BYD Dolphin รุ่นย่อยไหนดี?

BYD Dolphin ระหว่าง Extended และ Standard ความต่างค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้วว่าถ้าชอบความเร็วแรงแบบทันใจขับระยะทางได้ไกลสุดๆ ก็ต้องรุ่น Extended มันเป็นรุ่นที่ถ้าไม่มองหน้าปัดก็เผลอตัวอีกทีก็อาจจะโดนกล้องตรวจจับความเร็วเล่นงานเอาได้ เพราะความเร็วขึ้นไวมาก แต่ก็ได้ความนุ่มนวลขับสบายมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้นในรุ่นนี้ก็จะเหมาะกับการขับในเมืองและทางไกลด้วย

ส่วนรุ่น Standard ก็ให้กำลังที่ต่อเนื่องเช่นกัน แต่ด้วยพละกำลังของมอเตอร์ที่น้อยกว่ารวมกับช่วงล่างด้านหลังแบบ Torsion Beam ก็ทำให้มันรู้สึกเเข็งมากกว่านิดหน่อย แต่ต้องบอกว่านี่คือการปรับเซ็ทมาให้พอดีสำหรับการขับขี่ในเมืองแบบชิลล์ๆ แอบกระซิบว่าถึงขับทางไกลไม่โหดเท่ารุ่นท็อปแต่ความรู้สึกที่ได้มันแอบมีกลิ่นอายความสปอร์ตมากกว่าในความเร็วสูงแต่ไม่แรงมากนะ

สำหรับในเรื่องของความต่างในรุ่นท็อปนั้นจะมีราคาสูงกว่าแค่ 160,000 บาท เท่านั้น ซึ่งสิ่งที่ได้เพิ่มมาในรุ่นท็อปก็จะมี

  • แบตเตอรี่ที่ใหญ่กว่า
  • ขับได้ระยะทางไกลกว่า
  • พละกำลังมากกว่า
  • ชาร์จเร็วกว่า
  • มีหลังคากระจก
  • ช่วงล่างนุ่มกว่าเยอะเพราะด้านหลังเป็น Multi Link
  • มีแท่นชาร์จมือถือแบบไร้สาย
  • เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบระบายความร้อนเบาะ
  • ล้ออัลลอย 17 นิ้ว 5 รู
  • สามารถเป็นรถคันจบของบ้านได้
  • การขับขี่คลอบคลุมทุกการใช้งาน

 สิ่งที่เหมือนกันของ BYD Dolphin ทั้งสองรุ่นก็คือระบบความปลอดภัยและฟังก์ชันพื้นฐานต่างๆ เช่น

  • ขับเคลื่อนโดยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงอัจฉริยะ (ADAS)
  • ระบบความปลอดภัยที่มาอย่างครบครัน ออกแบบมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความเสี่ยง  ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัย 6 จุด
  • ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS)
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
  • ระบบเสริมแรงเบรกอัจฉริยะ
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC)
  • ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCS)
  • ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ระบบช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
  • ระบบควบคุมการไหลของรถยนต์อัตโนมัติ (Auto Hold)
  • ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (AEB)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKS)
  • ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้าและหลัง (PCW, RCW)
  • ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
  • ระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA, RCTB)
  • ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP)
  • ระบบช่วยควบคุมฉุกเฉินให้รถอยู่ในช่องทางเดินรถ (ELKA)
  • ระบบช่วยเตือนการชนเมื่อเปลี่ยนช่องทางเดินรถ (LCW)  อีกทั้งยังมีกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมฟังก์ชันอัจฉริยะ เช่น แดชบอร์ดประเมินผลข้อมูลระดับพลังงานและความเร็วแบบเรียลไทม์ขนาด 5 นิ้ว, หน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว ที่สามารถปรับหมุนได้เพื่อจัดการระบบสาระบันเทิงและระบบนําทาง
  • พอร์ต USB สำหรับการชาร์จอุปกรณ์สื่อสารอย่างรวดเร็ว
  • ระบบชาร์จแบบไร้สาย
  • ระบบ Follow Me Home เพิ่มความปลอดภัยหลังจอดรถและระบบเสียงดนตรีที่มีการออกแบบสัญญาณเสียงที่จำลองมาจากทะเล นอกจากนี้ ยังมีกลไกการล็อกมากถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ การล็อกและปลดล็อกด้วยกุญแจรีโมท, บัตร NFC, BYD Application, กุญแจไข และแบบไม่มีกุญแจ (Keyless Entry)
  • ระบบ V2L 2,000 W.

ถึงแม้ว่าความแตกต่างจะไม่มากเท่าไหร่แต่ต้องบอกว่าความรู้สึกในการขับขี่นั้นต่างกันเยอะพอสมควรเลยทีเดียว ความพิเศษของทั้งสองรุ่นคือภายในนั้นจะถูกออกแบบให้มีความล้ำสมันสูงมากตามสไตล์ของ BYD และแน่นอนว่าการจัดวางตำแหน่งของฟังก์ชันต่างๆ ทำให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้ง่ายมาก เป็นรถที่ทำให้เราอยากอยู่ภายในรถนานๆ อยากนั่งขับชิลล์ๆ สบายๆ ไปเรื่อยๆ เลยครับ

อ่านเพิ่มเติม: byd dolphin ตารางผ่อน

รีวิว BYD Dolphin

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง one2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน

อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com



Pakkawat Unchalee

Pakkawat Unchalee

Content Writer

เริ่มต้นจากการเป็นนักเขียนแห่งวงการจักรยานระดับไฮเอนด์ สู่การเป็นนักเขียนของเว็บไซต์รถยนต์มือสองอันดับหนึ่งอย่าง one2car ถึงแม้จะมีความถนัดเรื่องจักรยานระดับไฮเอนด์เป็นพิเศษ แต่เรื่องรถยนต์ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับบทความที่ถูกเขียนโดยการจิ้มแป้นพิมพ์ของผมครับ


ข่าวฟีเจอร์

แนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้า ‘ยังไงก็รอด’ ปี 2567 ต้นทุนแบตถูกลง 50%

แนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้า ‘ยังไงก็รอด’ ปี 2567 ต้นทุนแบตถูกลง 50%

เรื่องเด่น
เจาะแนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้า EV จะกลายเป็นรถยนต์แห่งอนาคตจริงหรือไม่ ? ปฏิวัติการขนส่งได้อย่างไร เคลียร์ความสงสัยได้ในบทความนี้ผ่าแนวโน้มอนาคตยานยนต์ไฟฟ้า ...
ในยุคของรถยนต์ไฟฟ้า รถสันดาปมือสองจะตายจากเราไปหรือไม่?

ในยุคของรถยนต์ไฟฟ้า รถสันดาปมือสองจะตายจากเราไปหรือไม่?

เรื่องเด่น
เมื่อรถยนต์ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นกระแสหลักในประเทศไทย ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายพร้อมออปชั่นล้นๆ ก็ทำให้เกิดคำถามว่า ...
ฤกษ์ออกรถ เมษายน 2567 ตามวันเกิด พร้อมเวลาล้อหมุน

ฤกษ์ออกรถ เมษายน 2567 ตามวันเกิด พร้อมเวลาล้อหมุน

เรื่องเด่น
มาแล้ว! ฤกษ์ออกรถ เมษายน 2567 ใครยังไม่มีฤกษ์รับรถ รีบเข้ามา! ซินแสดูให้จริง อยากรู้เกิดวันนี้ควรออกรถวันเวลาไหนก็ย่อมได้ฤกษ์รับรถเดือนเมษายน ...

เเสดงความคิดเห็น

app-icon
app-icon
app-icon
ดูรถในฝันของคุณในแอป
ดาวน์โหลดแอปตอนนี้