One2car.com
มีหรือยัง? one2car Next Gen
โหลดเร็ว หารถง่าย
ใหม่! My Garage ขายรถเท่าไหร่ดี
Loads of Exclusive Services

รีวิว All New MG3 Hybrid+ เปลี่ยนใหม่หมดจด ราคาโคตรเร้าใจ!

เปิดตัวรถใหม่

รีวิว All New MG3 Hybrid+ เปลี่ยนใหม่หมดจด ราคาโคตรเร้าใจ!

รีวิว All New MG3 Hybrid+ เปลี่ยนใหม่หมดจด กับราคาที่โคตรเร้า มาพร้อมกับความแรงที่ต้องบอกว่า “แรงที่สุดในคลาส” จะเป็นยังไง มาดูรายละเอียดไปพร้อมกัน!


ทำความรู้จักกับ MG3 Hybrid+

ทำความรู้จักกับ MG3 Hybrid+

สำหรับ MG3 Hybrid+ เป็นร่างวิวัฒนาการของรถ Eco Car สัญชาติอังกฤษ (ที่ตอนนี้เป็นของจีน) อย่าง MG ในรุ่น MG3 ที่ในอดีตที่เป็นรถคันเล็กเครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร ทรงกล่อง ซึ่งมาในปีนี้ MG3 ได้รับการปรับปรุงและปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงหัวใจอย่างเครื่องยนต์ก็ถูกปรับเปลี่ยนด้วย

MG3 ทำตลาดในไทยครั้งแรกในปี 2015 โดยทาง MG ได้ทำตลาดเป็นรุ่นแรกๆ ของค่าย ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดี จากนั้นก็มีการ Minorchange มาในปี 2018 ปรับโฉมภายนอกและภายในให้คล้ายกับรถยนต์สุดฮิตอีกรุ่นของค่ายอย่าง MG ZS และปัจจุบันได้เปลี่ยนโฉม All New เรียบร้อยในชื่อ All New MG3 Hybrid+ ที่มาพร้อมกับสองรุ่นย่อยรุ่น D และ X

อ่านเพิ่มเติม : ไมเนอร์เชนจ์ คืออะไร ต่างจาก All-new ยังไง

All New MG3 Hybrid+ ราคาเท่าไหร่?

All New MG3 Hybrid+ ราคาเท่าไหร่?

All New MG3 Hybrid+ ในช่วงแรกจะใช้เป็นราคาแนะนำก่อนสำหรับ 1,000 คันแรก และหลังจากนั้นจะปรับเป็นราคาปกติ ซึ่งจะมีราคาดังนี้

  • รุ่น D ราคาแนะนำ 559,900 บาท ราคาปกติ 579,900 บาท
  • รุ่น X ราคาแนะนำ 599,900 บาท ราคาปกติ 619,9000 บาท

จากอดีตที่เคยมีหลากหลายรุ่นย่อยและราคาเริ่มต้นที่ 4-5 แสน วันนี้มาเริ่มต้นที่เกือบ 5 แสนกลางๆ ในราคาแนะนำกับ 5 แสนปลายๆ - 6 แสนต้นๆ ในราคาปกติ ถามว่าแพงกว่ารุ่นก่อนๆ ที่เปิดตัวมากไหมก็ต้องบอกว่าราคาจริงของเขาแพงขึ้นเล็กน้อย แต่ในราคานี้ก็ยังทำได้ดีกว่าคู่แข่งของเขาอย่าง Honda City e:HEV หลายจุด

ย้อนดูราคา MG3 ทั้งมือหนึ่งและมือสอง

ย้อนดูราคา MG3 มือหนึ่ง และ MG3 มือสอง

MG3 โฉมแรกที่ขายไทย (เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 NA)

MG3 โฉม Minorchange (เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 NA)

All New MG3 Hybrid+ เครื่องยนต์ 1.5 Hybrid

  • รุ่น D ราคาแนะนำ 559,900 บาท ราคาปกติ 579,900 บาท
  • รุ่น X ราคาแนะนำ 599,900 บาท ราคาปกติ 619,9000 บาท

ถ้าเทียบเป็นรุ่นเลยจะพบว่า MG3 Hybrid+ ราคาปกติ รุ่น D เพิ่มจากโฉมไมเนอร์เชนจ์ 30,900 บาท  รุ่น X เพิ่มมา 30,000 บาท

แต่ถ้าเราลองดูจากการปรับเปลี่ยนตำแหน่งทางการตลาดของรุ่น เราก็จะพบว่าในโฉมไมเนอร์เชนจ์ก่อนหน้านี้ รุ่น X ไม่ใช่ตัวท็อป แต่มาในรุ่นปัจจุบัน ได้เปลี่ยนตำแหน่งใหม่ รุ่น X กลายเป็นตัวท็อปออปชันแน่นไปแล้ว นั่นหมายความว่าถ้าเทียบตามตำแหน่งจริงๆ ในรุ่นโฉมปัจจุบันจะถูกลงประมาณหมื่นนึงครับ

มิติตัวถัง All New MG3 Hybrid+

มิติตัวถัง All New MG3 Hybrid+

  • ยาว​ 4,113 กว้าง 1,797 สูง 1,502 มิลลิเมตร
  • ระยะความยาวฐานล้อ 2,570 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 117 มิลลิเมตร
  • ความจุถังน้ำมัน 36 ลิตร

มิติตัวถังและดีไซน์มีการเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากแต่ก่อนเขาจะเป็นทรงกล่องคล้ายคลึงกับ Suzuki Swift รถยอดฮิตในตอนนั้น แต่มาปัจจุบันมิติตัวถังและการออกแบบมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ซึ่งก็จะดูคล้ายๆ กับคู่แข่งในตลาดอย่าง Honda City e:HEV และ Toyota Yaris

การออกแบบมาในแบบ GLOBAL EXTERIOR DESIGN ตามยุคสมัยใหม่ของ MG มีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว คล่องตัว โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ที่ผสานระหว่างความสปอร์ตเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัวในสไตล์รถยนต์ Hatchback ที่มีความคล่องตัวและอเนกประสงค์สูงในบอดี้ที่เล็ก ซึ่งถ้าเรามองภาพรวมดูแล้วก็จะรู้ได้เลยว่าเขาคล้ายๆ กับรุ่นพี่ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง MG4 ครับ

ภายในของ All New MG3 Hybrid+

ภายในของ All New MG3 Hybrid+ ถูกดีไซน์ตามแบบฉบับ Modular Concept ที่ให้ความสำคัญกับวัสดุที่มีคุณภาพ พร้อมการออกแบบคอนโซลที่เล่นระดับให้มีมิติ มีความหรูหรา เน้นความสะดวกในการใช้สอยสำหรับทั้งคนขับและผู้โดยสารตามสไตล์ MG ยุคใหม่ (บอกตรงๆ สวยอย่างกับรถค่าย BMW)

การออกแบบห้องโดยสารที่โดดเด่นในเรื่องของพื้นที่ Head room และ Leg room ที่ไม่อึดอัด เป็นรถที่กว้างที่สุดในคลาสเดียวกัน (มีพื้นที่เยอะกว่าคู่แข่งนิดหน่อย) โดยเฉพาะห้องสัมภาระท้ายจุได้มากถึง 293 ลิตร และเมื่อพับเบาะสามารถจุได้มากถึง 1,037 ลิตร เลยทีเดียว

โดยรววมนั่งสบายกว่า Mazda 2 แต่ไม่สบายเท่า Honda City e:HEV ในเรื่องพื้นที่วางขา แต่สำหรับพื้นที่บนหัวคนสูง 175 ซม. เริ่มหายใจยากเหมือนกันทุกรุ่นรวมถึง MG3 Hybrid+ ด้วย

ขุมพลังของ All New MG3 Hybrid+

ขุมพลังของ All New MG3 Hybrid+

สำหรับขุมพลังต้องบอกว่าในคลาสเดียวกัน All New MG3 Hybrid+ แรงที่สุดในรถ B-Segment แล้ว ณ ตอนนี้ เพราะเขามาพร้อมกับขุมพลังใหม่แบบ Hybrid+ ที่ให้อารมณ์เหมือนขับรถยนต์ไฟฟ้าเลยทีเดียว

ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1.5 ลิตร พร้อมระบบแปรผันวาล์ว DVVT กำลังสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 128 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ High-performance Permanent Magnet Synchronous Motors กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร

พละกำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ 194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion (NMC) ความจุ 1.83 kWh จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-AT 3 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ECO NORMAL และ SPORT

  • ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 8 วินาที
  • อัตราเร่ง 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 5 วินาที

อ่านเพิ่มเติม : Plug in Hybrid คืออะไร ต่างจากรถไฮบริดทั่วไปอย่างไร?

การออกแบบของ MG3 2024

ใน All New MG3 Hybrid+ ยังมีระบบปรับแรงหน่วงจากการกู้คืนพลังงานของมอเตอร์ไฟฟ้า หรือระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ซึ่งสามารถปรับได้ 3 ระดับ ได้แก่ มาก ปานกลาง และ น้อย

การทำงานของเครื่องยนต์จะมีหลายรูปแบบมาก อาจแตกต่างจากเครื่องยนต์ Hybrid ที่เราเคยสำผัสมานิดหน่อย เพราะระบบ Hybrid+ มาพร้อม 8 โหมดขับเคลื่อนที่รวมทุกระบบไฮบริดไว้ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น ระบบขับเคลื่อนแบบอนุกรม (Series Hybrid) ระบบขับเคลื่อนแบบผสานเครื่องยนต์และมอเตอร์ (Parallel Hybrid) หรือแม้แต่การขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน (Pure EV) โดยสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานได้เหมาะสมในแต่ละช่วงความเร็ว

ระบบ Hybrid+ ของ MG3 2024 ทำงานอย่างไร?

ระบบ Hybrid+ ของ MG3 2024 ทำงานอย่างไร?

All New MG3 Hybrid+ มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และระบบ Hybrid Transmission ที่มี 3 อัตราทด ปรับการทำงานอัตโนมัติช่วยให้เครื่องยนต์ที่ทำงานร่วมกับระบบไฮบริดมอเตอร์มีช่วงการทำงานที่กว้างมากขึ้น ตอบสนองการเร่งในช่วงความเร็วต่างๆ ได้ดีขึ้น

โดยมีรอบการทำงานของเครื่องยนต์ที่ลดลง ที่สำคัญ All New MG3 Hybrid+ ยังใช้มอเตอร์ Hybrid ที่เป็นเทคโนโลยีมอเตอร์ตัวเดียวกับรถไฟฟ้าแบบ High-performance Permanent Magnet Synchronous Motors อีกด้วย สำหรับระบบ Hybrid+ ของ MG3 2024 จะทำงานตามสเต็ป แบ่งเป็น 8 โหมดดังนี้

ขุมพลังของ All New MG3 Hybrid+

  1. โหมดจอดหยุดนิ่ง ระบบจะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง (HV Battery) เพื่อทำให้ระบบปรับอากาศและระบบอื่นๆ ทำงานได้โดยที่เครื่องยนต์หยุดการทำงาน
  2. โหมดวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน เมื่อออกตัวจากจุดหยุดนิ่งในช่วงความเร็ว 0-30 กม./ชม. รถจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (Pure EV) ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและเงียบเหมือนรถไฟฟ้า พร้อมอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจ
  3. โหมดทำความเร็วต่ำในถนนที่มีการจราจรหนาแน่น เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 30-50 กม./ชม. ระบบจะสลับไปยังโหมดขับเคลื่อนแบบอนุกรม (Series Hybrid) โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่แค่เพียงปั่นไฟ และส่งกระแสไฟไปให้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนตัวรถ ทำให้ได้ความรู้สึกนุ่มนวล ตอบสนองฉับไวแบบรถไฟฟ้า และรถมีความคล่องตัวมากขึ้น
  4. โหมดความเร็ววิ่งในเมือง หากความเร็วอยู่ที่ 50-80 กม./ชม. โหมดระบบขับเคลื่อนแบบอนุกรม (Series Hybrid) จะยังช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงแรงบิดสูงอย่างต่อเนื่อง เพราะเครื่องยนต์ยังทำหน้าที่เป็นตัวปั่นไฟช่วยให้มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อโดยตรงได้แบบรถไฟฟ้า พร้อมส่งกระแสไฟส่วนเกินไปเก็บยังแบตเตอรี่
  5. โหมดความเร็ววิ่งคงที่ เมื่อวิ่งด้วยความเร็วคงที่ 80 กม./ชม. ระบบจะสลับเป็นการใช้งานเครื่องยนต์ที่รอบความเร็วต่ำ โดยเป็นการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องยนต์จะตัดต่อการทำงานผ่าน Hybrid Transmission มี 3 อัตราทดแบบอัตโนมัติ เพื่อมาขับเคลื่อนที่ตัวล้อโดยตรง ทำให้สามารถประหยัดน้ำมันได้มากกว่ารถ Hybrid ทั่วไป
  6. โหมดวิ่งทางไกลและเร่งแซง เมื่อรถอยู่ในช่วงเร่งความเร็ว 80-120 กม./ชม. ซึ่งเป็นช่วงขับขี่ทางไกล หรือขึ้นทางลาดชัน เมื่อต้องการเร่งแซง เพียงแค่กดคันเร่งเบาๆ ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์จะทำงานร่วมกัน (Parallel Hybrid) ทำให้เมื่อต้องการเร่งแซงหรือขึ้นทางชัน รถจะสามารถให้อัตราเร่งสูงสุดและตอบสนองการขับขี่ได้อย่างดี
  7. โหมดความเร็วสูง เมื่อใช้ความเร็วสูงกับการขับทางไกลที่ความเร็ว 120 กม./ชม. เครื่องยนต์จะทำงานต่อเนื่อง โดยขณะที่รถขับเคลื่อน ตัวระบบจะแบ่งกำลังส่วนที่เหลือจากเครื่องยนต์ไปหมุนเจนเนเรเตอร์ เพื่อปั่นไฟไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ด้วย
  8. โหมดลดความเร็ว Regenerative เมื่อผ่อนคันเร่งลดความเร็วลงในช่วง 120-0 กม./ชม. หรือช่วงขับขี่ลงทางชัน ระบบ HYBRID+ จะใช้มอเตอร์เป็นตัวหน่วงกำลัง ซึ่งจะทำหน้าที่ชาร์จไฟเป็นระบบ Energy Regeneration 3 ระดับ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าระดับการดึงไฟได้แบบรถไฟฟ้าเลย

All New MG3 Hybrid+ ขับดีไหม?

All New MG3 Hybrid+ ขับดีไหม?

ถ้าถามว่าขับดีหรือไม่เราต้องมาดูที่ช่วงล่างก่อนเลย ซึ่ง All New MG3 Hybrid+ ใช้ช่วงล่างเป็นแบบอิสระ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง เบรกหน้าเป็นดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อน (Ventilated Disc) และด้านหลังเป็นแบบคานบิดกึ่งอิสระ Torsion Beam และเบรกเป็นดิสก์เบรกธรรมดา (Solid Disc) ซึ่งช่วงล่างแบบนี้เป็นช่วงล่างที่เราจะเจอกันได้ปกติในรถยนต์ B-Segment 

All New MG3 Hybrid+ ขับดีไหม?

หลายคนอาจจะคิดว่าช่วงล่างแบบนี้นั่งหน้าอาจนุ่มนั่งหลังอาจเด้ง แต่ความเป็นจริงแล้ว MG3 2024 นี้มีการปรับเซ็ทช่วงล่างที่เป็นมิตรต่อตูดมาก เพราะมันให้ทั้งความนุ่มและความหนึบ ขับในเมืองความเร็วกลางๆ ต้องบอกเลยว่าช่วงล่างอาจดีที่สุดในคลาสเลยก็ว่าได้ แต่ก็แล้วแต่คนชอบนะ ส่วนตัวคิดว่าขับในเมืองช่วงล่างตอบโจทย์มาก

แต่ทว่าที่ความเร็วสูงการหักเปลี่ยนเลนหรือเข้าโค้งแรงๆ มีแอบนุ่มจนย้วยบ้างนิดหน่อย ซึ่งส่วนตัวคิดว่าถ้าต้องการใช้เพื่อขับขี่ในเมืองเป็นหลักมันตอบโจทย์แล้ว แต่ด้วยความแรงความซิ่งของเขาที่ให้มาแรงที่สุดในคลาส แน่นอนก็ต้องอยากซิ่งบ้างแหละ เราเลยแนะนำว่าถ้าอยากซิ่งกับขับทางไกลบ่อย เปลี่ยนโช๊คดีๆ สักชุดคือจบเลย ที่เหลือจะล้อหรือยางก็เอาตามที่เราชอบ ส่วนตัวคิดว่าโช๊คดีๆ สักชุดจบแล้ว

อีกอย่างของความขับดีคือการทำงานของเครื่องยนต์ต้องบอกว่านิ่งและนุ่มนวลมาก แทบไม่รู้สึกถึงอาการกระตุกหรือการรอรอบอะไรเยอะแยะ และไม่รู้สึกถึงความอืดเลย ถึงแม้ว่าโหมดการทำงานของเครื่องยนต์จะมีมากถึง 8 โหมด แต่ในด้านการปรับเปลี่ยนโหมดและการตัดต่อพลังงานคือทำได้ดีจนแทบไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ถ้าเราดูหน้าจอเรือนไมล์ตอนขับเราก็จะสามารถรู้ได้ครับ

All New MG3 Hybrid+ ขับดีไหม?

สรุป ขับดีจริง แต่ถ้าได้โช๊คดีๆ อีกสักชุดจะดีกว่ามาก ส่วนตัวยังคิดว่าช่วงล่าง Honda City e:HEV ทำได้ยอดเยี่ยมกว่านิดหน่อยถ้าวัดกันที่ความเดิม ในเรื่องความประหยัดคิดว่าพอๆ กัน เพราะ MG3 ขับจริงแบบทดสอบมีเร่งเอาความเเรง เร่งแซง ขับความเร็วคงที่ ทดสอบหลายๆ แบบจะอยู่ราวๆ 18-20 กม./ล. แต่เอาเข้าจริงที่เขาเครมจะประหยัดได้ถึง 26.2 กม./ล. ถ้าอยากได้ตัวเลขนี้ต้องพยายามหน่อย แต่โดยรวมน้ำมัน 1 ถัง วิ่งถึงเชียยงใหม่ได้

เรื่องความเทพของเครื่องยนต์ ณ เวลานี้ MG3 2024 ที่เปิดตัวมาใหม่ทำได้ดีมาก มีความล้ำสมัยที่สุด ทั้งเรื่องความแรง ความคล่องตัว การตัดต่อพลังงานที่แนบเนียน แต่ทั้งนี้เราก็ต้องมาดูกันในระยะยาวอีกทีว่าจะเป็นอย่างไรสำหรับผู้ใช้งานจริง แต่ที่แน่ๆ ราคาที่เปิดมาแบบนี้กับออปชันและฟังก์ชันการใช้งานที่ได้ถือว่าโคตรคุ้มค่า

All New MG3 Hybrid+ ขับดีไหม?

ส่วนในด้านราคาขายต่อ เมื่อกลายเป็นมือสองแล้วจะเจ็บตัวมากไหม ก็ต้องบอกเลยว่าถ้าเราดูจากราคาด้านบนที่เราหามาให้ชม ตั้งแต่ MG3 รุ่นแรก มาจนถึง Minorchange ต้องบอกเลยว่าราคาร่วงหนักจนเจ็บตัวแน่นอน แต่ถ้าใครที่รอช้อนมือสองก็บอกเลยว่าสบายกระเป๋ามาก ข้อนี้เราว่า MG เสียเปรียบในด้านการขายต่อแน่นอน

ส่วนเรื่องการซ่อมบำรุงและอะไหล่ต่างๆ ที่หลายๆ คนกังวล แน่นอนว่า MG ก็อย่างที่เรารู้ๆ กัน เป็นแบบนั้นจริงๆ ก็อาจจะต้องทำใจนิดหน่อย ตรงนี้ MG เสียเปรียบให้กับคู่แข่งเขาอย่าง Mazda 2, Toyota Yaris, Suzuki Swift และ Honda City e:HEV แน่นอน แต่ทาง MG ก็มีโรงงานและมีคลังอะไหล่ในไทยแล้ว คิดว่าในอนาคตอันใกล้อาจไม่มีปัญหาแบบเดิมๆ แน่นอน แต่จะใช้เวลาเท่าไหร่ก็ต้องรอชม

ออปชัน MG3 2024

All New MG3 Hybrid+ ขับดีไหม?

ออปชันและอุปกรณ์ของ MG3 Hybrid+ รุ่น D

อุปกรณ์ภายนอกจะมาพร้อมกับ

  • ไฟหน้าแบบ Projector Lens LED
  • ระบบเปิดและปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง Follow-Me-Home
  • ไฟท้ายแบบ LED
  • ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
  • ไฟตัดหมอกหลัง
  • ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน DRL แบบ LED
  • กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า
  • ระบบพับกระจกอัตโนมัติ เมื่อล็อกรถ
  • ระบบปัดน้ำฝนแบบตั้งหน่วงเวลาได้
  • ใบปัดน้ำฝนด้านหลัง
  • ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว
  • ยาง ขนาด 19/55/R16
  • ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง
  • ช่วงล่างด้านหลังแบบคานบิด กึ่งอิสระ  Torsion Beam
  • ระบบเบรกแบบจานเบรก 4 ล้อ

All New MG3 Hybrid+ ภายใน

All New MG3 Hybrid+ ภายใน

อุปกรณ์ภายในจะมาพร้อมกับ

  • เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุผ้าสีดำ
  • เบาะนั่งคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 4 ทิศทาง
  • เบาะนั่งด้านหลังแบบพับได้
  • พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง
  • ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับและวางสายโทรศัพท์ บนพวงมาลัย
  • กระจกหน้าต่างปรับด้วยไฟฟ้า แบบ One Touch Up-Down ด้านผู้ขับขี่
  • หน้าจอชุดมาตรวัด Digital Multi Function ขนาด 7 นิ้ว
  • หน้าจองกลางระบบสัมผัส ขนาด 10.25 นิ้ว
  • กล้องมองภาพด้านหลัง
  • ระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และ Android แบบไร้สาย
  • ชุดเครื่องเสียง พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศ พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอล
  • ช่องชาร์จ USB-A 2 ตำแหน่ง
  • ช่องเชื่อมต่อ USB-C 1 ตำแหน่ง
  • ระบบกรองอากาศ PM 2.5
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ไฟส่องสว่างบริเวณห้องโดยสารด้านหลัง
  • ระบบกุญแจรีโมท Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start

All New MG3 Hybrid+ ระบบความปลอดภัย

All New MG3 Hybrid+ ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่จะมาพร้อมกับ

  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
  • ม่านถุงลมนิรภัย
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System)
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)
  • ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็ว XDS (Electronic Differential System)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
  • ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
  • ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock)
  • สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง
  • ระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer

MG 3 HYBRID+ X ได้อะไรเพิ่มจากรุ่น D บ้าง?

MG 3 HYBRID+ X ได้อะไรเพิ่มจากรุ่น D บ้าง?

ในรุ่น X จะเป็นรุ่นตัวท็อปแล้วสำหรับ MG3 Hybrid+ 2024 ซึ่งจะได้อุปกร์และระบบช่วยเหลือการขับขี่เพิ่มเติมมาดังนี้

  • กล้องรอบคัน 360 องศา แบบ High Definition
  • ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์และผ้า สี 2-tone ขาวสลับดำ
  • แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charger
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนพร้อมปรับองศาพวงมาลัยหากออกนอกเลน ELK (Emergency Lane Keeping System)
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)
  • ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ UDW (Unsteady Driving Warning)
  • ระบบเปิด – ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam control)

รถมือสอง one2car

โหลดหรือยัง? แอป one2car - NEXT GEN! CAR APP

  • Smart Search: หารถง่าย ฟังก์ชันครบ ข้อมูลชัด!
  • Qualified Car: รถคุณภาพ ตรวจสภาพแล้ว พร้อมรายงานรถ
  • Most Trusted Seller: คัดผู้ขายให้แล้ว ไม่ต้องกลัวมิจฉาชีพ
  • Hot Deals: พบกับ Big Sale ลดแรงทุกเดือน!
  • My Garage: ระบบผู้จัดการส่วนตัวให้รถคุณ ทุกเรื่องรถ จบในที่เดียว
  • Car Tax Renawal: ต่อภาษีรถยนต์สะดวกกว่าที่เคย ไม่ต้องกลัวลืม
  • Car Price: อยากขายรถแต่ไม่รู้ราคา เช็กเลย! รู้ผลใน 1 นาที ต้องการขายก็ทำได้เลย
  • Car Financing: สินเชื่อรถมือสอง จัดไฟแนนซ์ง่ายกับ Partner ของเรา พร้อมข้อเสนอพิเศษ
  • Car Insurance: เปรียบเทียบเบี้ย ต่อประกันรถยนต์ พร้อมดีลสุดพิเศษจากบริษัทชั้นนำ
  • Extended Warranty: ประกันอะไหล่รถ หมดห่วงเรื่องอะไหล่รถมือสอง
  • one2car Story: คลิปรีวิวรถจากคนขาย คอนเทนต์เกี่ยวกับยานยนต์

Apple Store : https://bit.ly/o2c_apple_store

Google Play Store : https://bit.ly/o2c_Google_Play_Store

8.8 รถมือสอง one2car ลดราคา

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง one2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน

อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com



Pakkawat Unchalee

Pakkawat Unchalee

Content Writer

เริ่มต้นจากการเป็นนักเขียนแห่งวงการจักรยานระดับไฮเอนด์ สู่การเป็นนักเขียนของเว็บไซต์รถยนต์มือสองอันดับหนึ่งอย่าง one2car ถึงแม้จะมีความถนัดเรื่องจักรยานระดับไฮเอนด์เป็นพิเศษ แต่เรื่องรถยนต์ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับบทความที่ถูกเขียนโดยการจิ้มแป้นพิมพ์ของผมครับ


ข่าวฟีเจอร์

ฤกษ์ออกรถ มิถุนายน 2569 เปิดวันราชาโชค เสริมเฮงกลางปี

ฤกษ์ออกรถ มิถุนายน 2569 เปิดวันราชาโชค เสริมเฮงกลางปี

เรื่องเด่น
สายมูต้องไม่พลาด! one2car ชวนคุณมาเปิดประตูรับทรัพย์อัปเกรดดวงชะตา กับฤกษ์มงคลออกรถ ประจำเดือนมิถุนายน 2569 จะถอยรถยนต์ป้ายแดง รถมือสอง ...
ยืนหนึ่งทุกปี! TOYOTA มือสอง 10 รุ่น คนค้นหามากที่สุด

ยืนหนึ่งทุกปี! TOYOTA มือสอง 10 รุ่น คนค้นหามากที่สุด

เรื่องเด่น
รวมตัวตึง TOYOTA มือสอง กี่ปีกระแสก็ไม่เคยตก 2026 TOYOTA มือสอง เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในบรรดารถยนต์มือสอง โดยในไตรมาสแรก (ม.ค. - มี.ค.) ...
ซื้อรถมือสองที่ one2car รับส่วนลด B-Quik เพิ่ม 5% ทั่วประเทศ

ซื้อรถมือสองที่ one2car รับส่วนลด B-Quik เพิ่ม 5% ทั่วประเทศ

ข่าววงการรถยนต์
ออกรถมือสองที่ one2car → B-Member ได้ลดเพิ่มอีก 5% คัมแบ็กอีกครั้ง! one2car x B-Quik สานต่อโปรโมชันตามคำเรียกร้อง เพียงซื้อรถมือสองที่ one2car สมาชิก ...
รถมือสองสภาพดี เลือกที่มี one2inspect ซื้อแล้วจบ ไม่ต้องตรวจซ้ำ

รถมือสองสภาพดี เลือกที่มี one2inspect ซื้อแล้วจบ ไม่ต้องตรวจซ้ำ

เรื่องเด่น
ไม่ต้องเป็นเซียนรถ ก็ซื้อรถมือสองได้อย่างสบายใจ แค่มี one2inspect มั่นใจได้เลยว่า รถมือสองสภาพดี พร้อมใช้งานทันที ...

เเสดงความคิดเห็น

app-icon
app-icon
app-icon
ดูรถในฝันของคุณในแอป
ดาวน์โหลดแอปตอนนี้