หน้าแรก บทความ เรื่องเด่น รู้ไว้ โรคประจําตัว ห้ามขับรถ ทำใบขับขี่ไม่ได้ มีอะไรบ้าง รู้ไว้ โรคประจําตัว ห้ามขับรถ ทำใบขับขี่ไม่ได้ มีอะไรบ้าง เรื่องเด่น Ramon Khamphan | 08 June 2569 14:47 วันนี้เราจะมาบอกถึง โรคประจำตัว ห้ามขับรถ และห้ามทำใบขับขี่ หลายคนคงทราบว่าโรคบางโรคนั้นห้ามทำการขับรถเด็ดขาด แต่อาจะยังไม่ทราบททุกโรคว่ามีอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาบอกถึงโรคประจำตัวเหล่านี้ว่ามีอะไรบ้าง แน่นว่าคนขับรถส่วนใหญ่มักจะรู้กันอยู่แล้วว่าความปลอดภัยบนท้องถนนนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สินของคนหมู่มาก การขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัยจึงไม่ได้อาศัยเพียงแค่ทักษะ ความชำนาญ หรือการเคารพกฎจราจรเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่เป็นรากฐานหลักคือ ความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ขับขี่ ด้วยเช่นกัน ในปัจจุบัน กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับแพทยสภาและกระทรวงสาธารณสุข ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงจากอุบัติเหตุประเภท "วูบดับ" หรืออาการป่วยกำเริบกะทันหันขณะอยู่หลังพวงมาลัย จึงได้มีการกำหนดมาตรฐานและข้อบังคับทางกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการระบุกลุ่มโรคประจำตัวและภาวะทางร่างกายที่เป็นอันตรายต่อการขับขี่ ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถทำใบขับขี่ใหม่ หรือต่ออายุใบขับขี่ได้ หากแพทย์วินิจฉัยว่าสภาวะของโรคนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงในขณะขับรถ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเท่าทันข้อกำหนดล่าสุด บทความนี้จึงได้รวบรวมรายละเอียดของโรคและสภาวะทางร่างกายที่ห้ามขับรถ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวงอย่างเด็ดขาด และกลุ่มโรคประจำตัวเสี่ยงร้ายแรงที่แพทย์อาจพิจารณาไม่ออกใบรับรองแพทย์ให้ ดังนี้ กลุ่มโรคต้องห้ามเด็ดขาดตามกฎกระทรวง (5 โรคดั้งเดิม) กลุ่มนี้เป็นโรคพื้นฐานที่ถูกระบุไว้ในกฎหมายและแบบฟอร์มใบรับรองแพทย์อย่างชัดเจน หากมีอาการในระยะที่กำหนด จะไม่สามารถทำใบขับขี่ได้โดยเด็ดขาด 1.โรคเรื้อน โรคเรื้อนเป็นโรคติดต่อเรื้อรังที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แม้ปัจจุบันจะรักษาหายได้ แต่หากผู้ป่วยอยู่ในระยะร้ายแรงที่ปรากฏอาการชัดเจน มีความพิการทางมือหรือเท้า อวัยวะรับความรู้สึกสูญเสียไป จะส่งผลต่อสมรรถภาพในการจับพวงมาลัย การเหยียบคันเร่ง หรือเบรกอย่างรุนแรง 2.วัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ วัณโรคปอดในระยะที่ยังสามารถแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่นได้ผ่านการไอ จาม หรือระบบหายใจ ถือเป็นภัยต่อสาธารณสุข โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าไปใช้บริการในอาคารสำนักงานขนส่ง หรือขับรถสาธารณะที่มีผู้โดยสารร่วมทาง 3.โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการ เป็นภาวะที่ระบบน้ำเหลืองอุดตันจนทำให้อวัยวะ เช่น ขา หรือเท้า มีอาการบวมโตผิดปกติอย่างรุนแรง (Elephantiasis) จนเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้ไม่สามารถควบคุมแป้นเหยียบรถยนต์ได้อย่างทันท่วงที 4.โรคพิษสุราเรื้อรัง ผู้ที่ติดสุราอย่างรุนแรงจนระบบประสาทถูกทำลาย จะมีความบกพร่องในการดำเนินชีวิต สมาธิสั้น การตอบสนองช้าลง และมีอาการมือสั่น หากขาดสุราอาจเกิดอาการลงแดง (Delirium Tremens) สับสน จิตหลอน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุตลอดเวลา 5.โรคติดยาเสพติดให้โทษ ผู้ที่มีประวัติหรืออยู่ระหว่างการเสพสารเสพติดให้โทษร้ายแรง (เช่น ยาบ้า, ยาไอซ์, เฮโรอีน) สารเหล่านี้จะเข้าทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้การรับรู้ความจริงบิดเบือน การตัดสินใจผิดพลาด และสูญเสียการควบคุมอารมณ์ กลุ่มโรคประจำตัวเสี่ยงร้ายแรง (9 กลุ่มโรคเฝ้าระวังสูงสุด) นอกจาก 5 โรคข้างต้นแล้ว แพทยสภาและกรมการขนส่งทางบกได้เพิ่มความเข้มงวดในกลุ่มโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะ "วูบ" หรือหมดสติเฉียบพลัน ซึ่งแพทย์ผู้ตรวจร่างกายมีอำนาจในการประเมินและ "ปฏิเสธ" การออกใบรับรองแพทย์ให้ หากพบว่าอาการยังไม่คงที่ โรคลมชัก (Epilepsy) ถือเป็นโรคที่เป็นอันตรายอันดับต้น ๆ บนท้องถนน เกิดจากคลื่นกระแสไฟฟ้าในสมองทำงานผิดปกติ ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการชักเกร็ง กระตุก หรือหมดสติไปชั่วครู่โดยไม่รู้ตัวและไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ปัจจุบันกฎหมายกำหนดว่า ผู้ป่วยโรคลมชักจะสามารถทำใบขับขี่ได้ก็ต่อเมื่อได้รับการรักษาจนปลอดอาการชักอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับการรับรองขั้นสุดท้ายของแพทย์ผู้รักษา) โรคหัวใจชนิดรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะขั้นรุนแรง สภาวะความเครียดและความกดดันจากการจราจรที่ติดขัดสามารถกระตุ้นให้ผู้ป่วยเกิดอาการแน่นหน้าอก หน้ามืด หรือหัวใจวายเฉียบพลันขณะขับรถได้ โรคเบาหวาน (ระยะที่ควบคุมไม่ได้) สำหรับคนที่กำลังสงสัยว่าโรคเบาหวาน ขับรถได้ไหม คำตอบคือ หากเป็นเบาหวานในั้นปกติยังสามารถขับได้ แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยเบาหวานขั้นรุนแรงที่ต้องฉีดอินซูลิน หรือผู้ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้คงที่ได้ มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิด "ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำฉับพลัน" (Hypoglycemia) ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ขับขี่เกิดอาการใจสั่น มือสั่น ตาพร่ามัว สับสน จนถึงขั้นหมดสติคาพวงมาลัย โรคความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรง ผู้ที่มีค่าความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท และไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง มีความเสี่ยงที่ความดันจะพุ่งสูงขึ้นจากความเครียดในการขับขี่ ส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน หน้ามืด หรือร้ายแรงที่สุดคือเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน โรคทางสมองและระบบประสาท / โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ผู้ที่เคยมีอาการสมองขาดเลือด แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว ทรงตัวลำบาก หรือผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม หลงลืมอย่างรุนแรง จะทำให้ความสามารถในการประเมินสถานการณ์ตรงหน้าลดลง การตอบสนองช้ากว่าคนปกติหลายเท่า โรคพาร์กินสัน (Parkinson's Disease) โรคความเสื่อมของระบบประสาทที่ทำให้ร่างกายมีอาการสั่นเกร็งตลอดเวลา เคลื่อนไหวได้ช้าลงอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถหักหลบพวงมาลัยหรือเหยียบเบรกได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โรคเกี่ยวกับสายตาและความบกพร่องในการมองเห็น เนื่องจากสายตาคือหัวใจหลักในการขับขี่ ผู้ที่เป็นโรคตาเรื้อรัง เช่น ต้อหินขั้นรุนแรง (ทำให้มุมมองสายตาแคบลงจนมองไม่เห็นด้านข้าง) ต้อกระจก (ทำให้ตาพร่ามัว เห็นแสงไฟฟุ้งกระจายในเวลากลางคืน) จอประสาทตาเสื่อม หรือผู้ที่มีภาวะตาบอดสีขั้นรุนแรงที่ไม่สามารถแยกแยะสีของสัญญาณไฟจราจรได้อย่างถูกต้อง จะไม่ผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางสายตาของกรมการขนส่งทางบก โรคจิตเวชรุนแรง เช่น โรคจิตเภท (Schizophrenia) โรคอารมณ์สองขั้ว หรือโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงที่มีสภาวะหลงผิด หูแว่ว หรือมีอารมณ์แปรปรวนดิ่งลึก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการขับขี่ การควบคุมอารมณ์ และการตัดสินใจบนท้องถนน โรคข้ออักเสบหรือข้อเสื่อมรุนแรง ผู้ป่วยโรคไขข้ออักเสบ หรือกระดูกสันหลังยึดติดรุนแรง จนไม่สามารถเอี้ยวตัว หันศีรษะเพื่อมองทาง หรือไม่สามารถขยับข้อเท้าเพื่อเหยียบเบรกได้อย่างเต็มกำลัง ย่อมส่งผลให้สมรรถภาพในการควบคุมยานพาหนะลดลง สรุป การตื่นตัวและตรวจสอบโรคประจำตัวก่อนการขับขี่ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการทำตามกฎหมายเพื่อให้ออกใบอนุญาตผ่านไปได้เท่านั้น แต่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่ยิ่งใหญ่ การยอมรับและประเมินตนเองอย่างตรงไปตรงมา หากพบว่าตนเองมีสภาวะเสี่ยง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รักษาอาการให้อยู่ในระยะที่ปลอดภัยและคงที่ก่อน เพราะความประมาทหรือการฝืนขับรถในขณะที่ร่างกายไม่พร้อม อาจเปลี่ยนจากความสะดวกสบายในการเดินทางให้กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียแก่ตนเอง ครอบครัว และผู้บริสุทธิ์บนท้องถนนอย่างที่ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ โหลดหรือยัง? แอป one2car - NEXT GEN! CAR APP Smart Search: หารถง่าย ฟังก์ชันครบ ข้อมูลชัด! Qualified Car: รถคุณภาพ ตรวจสภาพแล้ว พร้อมรายงานรถ Most Trusted Seller: คัดผู้ขายให้แล้ว ไม่ต้องกลัวมิจฉาชีพ Hot Deals: พบกับ Big Sale ลดแรงทุกเดือน! My Garage: ระบบผู้จัดการส่วนตัวให้รถคุณ ทุกเรื่องรถ จบในที่เดียว Car Tax Renewal: ต่อภาษีรถยนต์สะดวกกว่าที่เคย ไม่ต้องกลัวลืม Car Price: อยากขายรถแต่ไม่รู้ราคา เช็กเลย! รู้ผลใน 1 นาที ต้องการขายก็ทำได้เลย Car Financing: สินเชื่อรถมือสอง จัดไฟแนนซ์ง่ายกับ Partner ของเรา พร้อมข้อเสนอพิเศษ Car Insurance: เปรียบเทียบเบี้ย ต่อประกันรถยนต์ พร้อมดีลสุดพิเศษจากบริษัทชั้นนำ Extended Warranty: ประกันอะไหล่รถ หมดห่วงเรื่องอะไหล่รถมือสอง one2car Story: คลิปรีวิวรถจากคนขาย คอนเทนต์เกี่ยวกับยานยนต์ ดาวน์โหลดแอป one2car คลิก https://one2car.onelink.me/v0ni/szlrka2i ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง เกาะติดทุกเทรนด์รถไปกับ Autospinn.com รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว ✕ ใช้การติดต่อผ่านไลน์ เราปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณตาม PDPA ฉันยอมรับ ข้อกำหนดการใช้งาน และ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของ One2car.com ฉันยินยอมให้ One2car.com และผู้ขายรายการประกาศติดต่อทางไลน์ ตรวจสอบข้อเสนอรถที่ดีที่สุด! Prev Next ข้อเสนอพิเศษ - โทรในขณะนี้! วัน ชม ราคาเฉลี่ย ทำไมไม่มีราคาที่ระบุไว้? ติดต่อโชว์รูมโดยตรงจะได้ราคาที่พิเศษที่สุด I ทำไมไม่มีราคาที่ระบุไว้? ติดต่อโชว์รูมโดยตรงจะได้ราคาที่พิเศษที่สุด แท็กที่เกี่ยวข้อง ทำใบขับขี่ โรคประจำตัว ห้ามขับรถ โรคประจำตัวห้ามทำใบขับขี่ พิมพ์ ข่าวฟีเจอร์ ฤกษ์ออกรถ มิถุนายน 2569 เปิดวันราชาโชค เสริมเฮงกลางปี เรื่องเด่น Chuenkamon Phasuk | 5 วันที่ผ่านมา สายมูต้องไม่พลาด! one2car ชวนคุณมาเปิดประตูรับทรัพย์อัปเกรดดวงชะตา กับฤกษ์มงคลออกรถ ประจำเดือนมิถุนายน 2569 จะถอยรถยนต์ป้ายแดง รถมือสอง ... ยืนหนึ่งทุกปี! TOYOTA มือสอง 10 รุ่น คนค้นหามากที่สุด เรื่องเด่น Chuenkamon Phasuk | 5 วันที่ผ่านมา รวมตัวตึง TOYOTA มือสอง กี่ปีกระแสก็ไม่เคยตก 2026 TOYOTA มือสอง เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในบรรดารถยนต์มือสอง โดยในไตรมาสแรก (ม.ค. - มี.ค.) ... ซื้อรถมือสองที่ one2car รับส่วนลด B-Quik เพิ่ม 5% ทั่วประเทศ ข่าววงการรถยนต์ Chuenkamon Phasuk | 5 วันที่ผ่านมา ออกรถมือสองที่ one2car → B-Member ได้ลดเพิ่มอีก 5% คัมแบ็กอีกครั้ง! one2car x B-Quik สานต่อโปรโมชันตามคำเรียกร้อง เพียงซื้อรถมือสองที่ one2car สมาชิก ... รถมือสองสภาพดี เลือกที่มี one2inspect ซื้อแล้วจบ ไม่ต้องตรวจซ้ำ เรื่องเด่น Chuenkamon Phasuk | 5 วันที่ผ่านมา ไม่ต้องเป็นเซียนรถ ก็ซื้อรถมือสองได้อย่างสบายใจ แค่มี one2inspect มั่นใจได้เลยว่า รถมือสองสภาพดี พร้อมใช้งานทันที ... เเสดงความคิดเห็น
รู้ไว้ โรคประจําตัว ห้ามขับรถ ทำใบขับขี่ไม่ได้ มีอะไรบ้าง เรื่องเด่น Ramon Khamphan | 08 June 2569 14:47 วันนี้เราจะมาบอกถึง โรคประจำตัว ห้ามขับรถ และห้ามทำใบขับขี่ หลายคนคงทราบว่าโรคบางโรคนั้นห้ามทำการขับรถเด็ดขาด แต่อาจะยังไม่ทราบททุกโรคว่ามีอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาบอกถึงโรคประจำตัวเหล่านี้ว่ามีอะไรบ้าง แน่นว่าคนขับรถส่วนใหญ่มักจะรู้กันอยู่แล้วว่าความปลอดภัยบนท้องถนนนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สินของคนหมู่มาก การขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัยจึงไม่ได้อาศัยเพียงแค่ทักษะ ความชำนาญ หรือการเคารพกฎจราจรเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่เป็นรากฐานหลักคือ ความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ขับขี่ ด้วยเช่นกัน ในปัจจุบัน กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับแพทยสภาและกระทรวงสาธารณสุข ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงจากอุบัติเหตุประเภท "วูบดับ" หรืออาการป่วยกำเริบกะทันหันขณะอยู่หลังพวงมาลัย จึงได้มีการกำหนดมาตรฐานและข้อบังคับทางกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการระบุกลุ่มโรคประจำตัวและภาวะทางร่างกายที่เป็นอันตรายต่อการขับขี่ ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถทำใบขับขี่ใหม่ หรือต่ออายุใบขับขี่ได้ หากแพทย์วินิจฉัยว่าสภาวะของโรคนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงในขณะขับรถ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเท่าทันข้อกำหนดล่าสุด บทความนี้จึงได้รวบรวมรายละเอียดของโรคและสภาวะทางร่างกายที่ห้ามขับรถ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวงอย่างเด็ดขาด และกลุ่มโรคประจำตัวเสี่ยงร้ายแรงที่แพทย์อาจพิจารณาไม่ออกใบรับรองแพทย์ให้ ดังนี้ กลุ่มโรคต้องห้ามเด็ดขาดตามกฎกระทรวง (5 โรคดั้งเดิม) กลุ่มนี้เป็นโรคพื้นฐานที่ถูกระบุไว้ในกฎหมายและแบบฟอร์มใบรับรองแพทย์อย่างชัดเจน หากมีอาการในระยะที่กำหนด จะไม่สามารถทำใบขับขี่ได้โดยเด็ดขาด 1.โรคเรื้อน โรคเรื้อนเป็นโรคติดต่อเรื้อรังที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แม้ปัจจุบันจะรักษาหายได้ แต่หากผู้ป่วยอยู่ในระยะร้ายแรงที่ปรากฏอาการชัดเจน มีความพิการทางมือหรือเท้า อวัยวะรับความรู้สึกสูญเสียไป จะส่งผลต่อสมรรถภาพในการจับพวงมาลัย การเหยียบคันเร่ง หรือเบรกอย่างรุนแรง 2.วัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ วัณโรคปอดในระยะที่ยังสามารถแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่นได้ผ่านการไอ จาม หรือระบบหายใจ ถือเป็นภัยต่อสาธารณสุข โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าไปใช้บริการในอาคารสำนักงานขนส่ง หรือขับรถสาธารณะที่มีผู้โดยสารร่วมทาง 3.โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการ เป็นภาวะที่ระบบน้ำเหลืองอุดตันจนทำให้อวัยวะ เช่น ขา หรือเท้า มีอาการบวมโตผิดปกติอย่างรุนแรง (Elephantiasis) จนเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้ไม่สามารถควบคุมแป้นเหยียบรถยนต์ได้อย่างทันท่วงที 4.โรคพิษสุราเรื้อรัง ผู้ที่ติดสุราอย่างรุนแรงจนระบบประสาทถูกทำลาย จะมีความบกพร่องในการดำเนินชีวิต สมาธิสั้น การตอบสนองช้าลง และมีอาการมือสั่น หากขาดสุราอาจเกิดอาการลงแดง (Delirium Tremens) สับสน จิตหลอน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุตลอดเวลา 5.โรคติดยาเสพติดให้โทษ ผู้ที่มีประวัติหรืออยู่ระหว่างการเสพสารเสพติดให้โทษร้ายแรง (เช่น ยาบ้า, ยาไอซ์, เฮโรอีน) สารเหล่านี้จะเข้าทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้การรับรู้ความจริงบิดเบือน การตัดสินใจผิดพลาด และสูญเสียการควบคุมอารมณ์ กลุ่มโรคประจำตัวเสี่ยงร้ายแรง (9 กลุ่มโรคเฝ้าระวังสูงสุด) นอกจาก 5 โรคข้างต้นแล้ว แพทยสภาและกรมการขนส่งทางบกได้เพิ่มความเข้มงวดในกลุ่มโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะ "วูบ" หรือหมดสติเฉียบพลัน ซึ่งแพทย์ผู้ตรวจร่างกายมีอำนาจในการประเมินและ "ปฏิเสธ" การออกใบรับรองแพทย์ให้ หากพบว่าอาการยังไม่คงที่ โรคลมชัก (Epilepsy) ถือเป็นโรคที่เป็นอันตรายอันดับต้น ๆ บนท้องถนน เกิดจากคลื่นกระแสไฟฟ้าในสมองทำงานผิดปกติ ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการชักเกร็ง กระตุก หรือหมดสติไปชั่วครู่โดยไม่รู้ตัวและไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ปัจจุบันกฎหมายกำหนดว่า ผู้ป่วยโรคลมชักจะสามารถทำใบขับขี่ได้ก็ต่อเมื่อได้รับการรักษาจนปลอดอาการชักอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับการรับรองขั้นสุดท้ายของแพทย์ผู้รักษา) โรคหัวใจชนิดรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะขั้นรุนแรง สภาวะความเครียดและความกดดันจากการจราจรที่ติดขัดสามารถกระตุ้นให้ผู้ป่วยเกิดอาการแน่นหน้าอก หน้ามืด หรือหัวใจวายเฉียบพลันขณะขับรถได้ โรคเบาหวาน (ระยะที่ควบคุมไม่ได้) สำหรับคนที่กำลังสงสัยว่าโรคเบาหวาน ขับรถได้ไหม คำตอบคือ หากเป็นเบาหวานในั้นปกติยังสามารถขับได้ แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยเบาหวานขั้นรุนแรงที่ต้องฉีดอินซูลิน หรือผู้ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้คงที่ได้ มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิด "ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำฉับพลัน" (Hypoglycemia) ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ขับขี่เกิดอาการใจสั่น มือสั่น ตาพร่ามัว สับสน จนถึงขั้นหมดสติคาพวงมาลัย โรคความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรง ผู้ที่มีค่าความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท และไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง มีความเสี่ยงที่ความดันจะพุ่งสูงขึ้นจากความเครียดในการขับขี่ ส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน หน้ามืด หรือร้ายแรงที่สุดคือเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน โรคทางสมองและระบบประสาท / โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ผู้ที่เคยมีอาการสมองขาดเลือด แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว ทรงตัวลำบาก หรือผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม หลงลืมอย่างรุนแรง จะทำให้ความสามารถในการประเมินสถานการณ์ตรงหน้าลดลง การตอบสนองช้ากว่าคนปกติหลายเท่า โรคพาร์กินสัน (Parkinson's Disease) โรคความเสื่อมของระบบประสาทที่ทำให้ร่างกายมีอาการสั่นเกร็งตลอดเวลา เคลื่อนไหวได้ช้าลงอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถหักหลบพวงมาลัยหรือเหยียบเบรกได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โรคเกี่ยวกับสายตาและความบกพร่องในการมองเห็น เนื่องจากสายตาคือหัวใจหลักในการขับขี่ ผู้ที่เป็นโรคตาเรื้อรัง เช่น ต้อหินขั้นรุนแรง (ทำให้มุมมองสายตาแคบลงจนมองไม่เห็นด้านข้าง) ต้อกระจก (ทำให้ตาพร่ามัว เห็นแสงไฟฟุ้งกระจายในเวลากลางคืน) จอประสาทตาเสื่อม หรือผู้ที่มีภาวะตาบอดสีขั้นรุนแรงที่ไม่สามารถแยกแยะสีของสัญญาณไฟจราจรได้อย่างถูกต้อง จะไม่ผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางสายตาของกรมการขนส่งทางบก โรคจิตเวชรุนแรง เช่น โรคจิตเภท (Schizophrenia) โรคอารมณ์สองขั้ว หรือโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงที่มีสภาวะหลงผิด หูแว่ว หรือมีอารมณ์แปรปรวนดิ่งลึก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการขับขี่ การควบคุมอารมณ์ และการตัดสินใจบนท้องถนน โรคข้ออักเสบหรือข้อเสื่อมรุนแรง ผู้ป่วยโรคไขข้ออักเสบ หรือกระดูกสันหลังยึดติดรุนแรง จนไม่สามารถเอี้ยวตัว หันศีรษะเพื่อมองทาง หรือไม่สามารถขยับข้อเท้าเพื่อเหยียบเบรกได้อย่างเต็มกำลัง ย่อมส่งผลให้สมรรถภาพในการควบคุมยานพาหนะลดลง สรุป การตื่นตัวและตรวจสอบโรคประจำตัวก่อนการขับขี่ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการทำตามกฎหมายเพื่อให้ออกใบอนุญาตผ่านไปได้เท่านั้น แต่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่ยิ่งใหญ่ การยอมรับและประเมินตนเองอย่างตรงไปตรงมา หากพบว่าตนเองมีสภาวะเสี่ยง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รักษาอาการให้อยู่ในระยะที่ปลอดภัยและคงที่ก่อน เพราะความประมาทหรือการฝืนขับรถในขณะที่ร่างกายไม่พร้อม อาจเปลี่ยนจากความสะดวกสบายในการเดินทางให้กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียแก่ตนเอง ครอบครัว และผู้บริสุทธิ์บนท้องถนนอย่างที่ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ โหลดหรือยัง? แอป one2car - NEXT GEN! CAR APP Smart Search: หารถง่าย ฟังก์ชันครบ ข้อมูลชัด! Qualified Car: รถคุณภาพ ตรวจสภาพแล้ว พร้อมรายงานรถ Most Trusted Seller: คัดผู้ขายให้แล้ว ไม่ต้องกลัวมิจฉาชีพ Hot Deals: พบกับ Big Sale ลดแรงทุกเดือน! My Garage: ระบบผู้จัดการส่วนตัวให้รถคุณ ทุกเรื่องรถ จบในที่เดียว Car Tax Renewal: ต่อภาษีรถยนต์สะดวกกว่าที่เคย ไม่ต้องกลัวลืม Car Price: อยากขายรถแต่ไม่รู้ราคา เช็กเลย! รู้ผลใน 1 นาที ต้องการขายก็ทำได้เลย Car Financing: สินเชื่อรถมือสอง จัดไฟแนนซ์ง่ายกับ Partner ของเรา พร้อมข้อเสนอพิเศษ Car Insurance: เปรียบเทียบเบี้ย ต่อประกันรถยนต์ พร้อมดีลสุดพิเศษจากบริษัทชั้นนำ Extended Warranty: ประกันอะไหล่รถ หมดห่วงเรื่องอะไหล่รถมือสอง one2car Story: คลิปรีวิวรถจากคนขาย คอนเทนต์เกี่ยวกับยานยนต์ ดาวน์โหลดแอป one2car คลิก https://one2car.onelink.me/v0ni/szlrka2i ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง เกาะติดทุกเทรนด์รถไปกับ Autospinn.com รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว ✕ ใช้การติดต่อผ่านไลน์ เราปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณตาม PDPA ฉันยอมรับ ข้อกำหนดการใช้งาน และ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของ One2car.com ฉันยินยอมให้ One2car.com และผู้ขายรายการประกาศติดต่อทางไลน์ ตรวจสอบข้อเสนอรถที่ดีที่สุด! Prev Next ข้อเสนอพิเศษ - โทรในขณะนี้! วัน ชม ราคาเฉลี่ย ทำไมไม่มีราคาที่ระบุไว้? ติดต่อโชว์รูมโดยตรงจะได้ราคาที่พิเศษที่สุด I ทำไมไม่มีราคาที่ระบุไว้? ติดต่อโชว์รูมโดยตรงจะได้ราคาที่พิเศษที่สุด แท็กที่เกี่ยวข้อง ทำใบขับขี่ โรคประจำตัว ห้ามขับรถ โรคประจำตัวห้ามทำใบขับขี่
ข้อเสนอพิเศษ - โทรในขณะนี้! วัน ชม ราคาเฉลี่ย ทำไมไม่มีราคาที่ระบุไว้? ติดต่อโชว์รูมโดยตรงจะได้ราคาที่พิเศษที่สุด I ทำไมไม่มีราคาที่ระบุไว้? ติดต่อโชว์รูมโดยตรงจะได้ราคาที่พิเศษที่สุด
ฤกษ์ออกรถ มิถุนายน 2569 เปิดวันราชาโชค เสริมเฮงกลางปี เรื่องเด่น Chuenkamon Phasuk | 5 วันที่ผ่านมา สายมูต้องไม่พลาด! one2car ชวนคุณมาเปิดประตูรับทรัพย์อัปเกรดดวงชะตา กับฤกษ์มงคลออกรถ ประจำเดือนมิถุนายน 2569 จะถอยรถยนต์ป้ายแดง รถมือสอง ...
ยืนหนึ่งทุกปี! TOYOTA มือสอง 10 รุ่น คนค้นหามากที่สุด เรื่องเด่น Chuenkamon Phasuk | 5 วันที่ผ่านมา รวมตัวตึง TOYOTA มือสอง กี่ปีกระแสก็ไม่เคยตก 2026 TOYOTA มือสอง เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในบรรดารถยนต์มือสอง โดยในไตรมาสแรก (ม.ค. - มี.ค.) ...
ซื้อรถมือสองที่ one2car รับส่วนลด B-Quik เพิ่ม 5% ทั่วประเทศ ข่าววงการรถยนต์ Chuenkamon Phasuk | 5 วันที่ผ่านมา ออกรถมือสองที่ one2car → B-Member ได้ลดเพิ่มอีก 5% คัมแบ็กอีกครั้ง! one2car x B-Quik สานต่อโปรโมชันตามคำเรียกร้อง เพียงซื้อรถมือสองที่ one2car สมาชิก ...
รถมือสองสภาพดี เลือกที่มี one2inspect ซื้อแล้วจบ ไม่ต้องตรวจซ้ำ เรื่องเด่น Chuenkamon Phasuk | 5 วันที่ผ่านมา ไม่ต้องเป็นเซียนรถ ก็ซื้อรถมือสองได้อย่างสบายใจ แค่มี one2inspect มั่นใจได้เลยว่า รถมือสองสภาพดี พร้อมใช้งานทันที ...