แนะนำแฮทช์แบคมือสองที่น่าสนใจ ราคาคุ้มค่า มีให้เลือกในวันทูคาร์

ข่าววงการรถยนต์
Tadsaneeya 12 มิถุนายน 2560 05:18

หลังจากเปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบค ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก็ทำให้บ้านเรามีรถตระกูลแฮทช์แบคขนาดกลางเพิ่มขึ้นอีก 1 รุ่น จากที่มีอยู่ในตลาดคือ มาสด้า3 นิสสัน พัลซาร์ และฟอร์ด โฟกัส เข้ามาสร้างสีสันให้ในเซ็กเมนต์ได้อีกครั้ง

เริ่มที่ตัวฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบคกันก่อนเลย ซึ่งเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 10 ไปเมื่อปีที่แล้ว และปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ตัดขนาด 2.0 ลิตรออก เหลือเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร และเพิ่มขนาดเครื่องยนต์ใหม่คือ 1.5 ลิตร เทอร์โบ สร้างความฮือฮาไปในตลาดไปได้สักพัก ต่อมาก็ได้มีการแนะนำซีวิค แฮทช์แบค สปอร์ต 5 ประตู เอาใจผู้ที่ชื่นชอบความแรง พร้อมกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ

 

ด้วยรูปลักษณ์ของโครงสร้างแฮทช์แบค ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของวัยรุ่นจนไปถึงวัยทำงาน แต่ชอบความเร้าใจ เนื่องจากตัวถังที่มีความสปอร์ต ภายนอกมีการออกแบบกระจังหน้า กันชนหน้าใหม่ แผงไฟตัดหมอกที่มีการขยายรังผึ้งสีดำให้มีขนาดใหญ่ พร้อมไฟตัดหมอกบริเวณขอบล่าง บวกชุดโคมไฟหน้าแบบ Full LED ทำให้ เวอร์ชั่นแฮทช์แบค มีความดุดันแบบสุดๆ กันชนท้ายออกแบบด้วยคอนเซปต์เดียวกัน

 

ภายในเพิ่มเติมความสปอร์ตด้วยวัสดุลวดลายขาข่าย ให้ความสดใหม่ วัยรุ่นมากกว่า และสปอร์ตมากกว่า พื้นที่สัมภาระด้านหลังที่กว้างกว่า พร้อมแผงปิดท้ายแบบดึงที่ออกแบบเป็นครั้งแรกของรถแฮทช์แบ็กในตลาดประเทศไทย ห้องสัมภาระด้านหลังที่มีความจุมากกว่าตัวซีดานตามสไตล์รถแฮทช์แบ็กส่งผลให้การขนย้ายสัมภาระต่างๆ ได้มากกว่า ออพชั่นต่างๆ มีมาให้ครบๆ แม้จะไม่ครบเท่าตัว ซีดาน อาร์เอส เทอร์โบ ก็ตาม เอาเป็นว่าน่าจะถูกอกถูกใจตามคำเรียกร้องของแฟนๆ ฮอนด้า ซีวิค ที่อยากให้ ฮอนด้า นำตัวถังแบบแฮทช์แบ็กมาทำตลาดในไทย กับราคาค่าตัว 1.169 ล้านบาท !!

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่
 

แนะนำกันก่อน อีกไม่นานน่าจะเห็นรถคันนี้ในวันทูคาร์แน่นอน อดใจรอกันอีกนิดนะ

 

 

ตามมาติดๆกับ ฟอร์ด โฟกัส แฮทช์แบคอีกคัน ล่าสุดได้นำเทคโนโลยี อีโคบูสท์ ลิขสิทธิ์เฉพาะฟอร์ด มา สร้างความเร้าใจให้เห็นตั้งแต่จับพวงมาลัย รวมไปถึงช่วงล่างและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

ฟอร์ด โฟกัส อีโคบูสท์ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติแบบ Torque Convertor 6 สปีด จากรถยนต์หยุดนิ่งหากกดคันเร่งแบบ 100% อาการหลังติดเบาะมีมาให้เห็นอย่างแน่นอน ให้อารมณ์สนุกในการขับ แต่ยังคงประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ และยังใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ส่วนระบบช่วงล่างฟอร์ดก็เซตมาเป็นอย่างดี ช่วยให้รถเกาะถนนในตอนเข้าโค้งให้ดียิ่งขึ้น

 

ภายในห้องโดยสาร ก็รู้สึกถึงความเป็นรถสปอร์ต เบาะตัดเย็บอย่างดีด้วยวัสดุหนังสีดำ กระชับกับรูปร่าง พร้อมกับให้ความรู้สึกสบายในขณะขับขี่ไม่เพียงแค่นั้นยังมาพร้อมกับระบบอำนวยความสะดวกอีกหลายอย่าง ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สะดวกสบายมากขึ้น รวมไปถึงระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC3 ที่ทำงานรวมกับระบบการสื่อสารและควบคุมการทำงานเครื่องเสียง รองรับระบบ Apple Car Play ระบบนี้จะทำให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อกับมือถือได้มากขึ้น อีกทั้งยังสามารถคุยกับสิริผ่านรถได้อีกด้วย

 

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมฟอร์ด โฟกัส ได้ ที่นี่
 

ซึ่งในวันทูคาร์ยังมีรถฟอร์ด โฟกัส 5 ประตูมือสองราคาถูก สภาพดีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ 2.0 หรือ 1.6 ลิตร ราคาเริ่มต้นที่ 3 แสนบาทเท่านั้น สามารถชมรถฟอร์ดโฟกัสมือสองได้ ที่นี่

 

อีกหนึ่งรุ่นที่ไม่ควรพลาด ขอยกให้ มาสด้า3 แฮทช์แบค 5 ประตู รุ่นล่าสุดเปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านนี้เอง ก็กระชากความอยากของผู้ที่ชื่นชอบโมเดลแบบนี้ให้เป็นเจ้าของได้ไม่ยาก จากดีไซน์ที่สวยงาม หรูหรา และสปอร์ต และเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ที่มาพร้อมระบบ G-VECTORING CONTROL (GVC)

 



มาดูภายนอกของ มาสด้า3 ไมเนอร์เชนจ์ เริ่มต้นจากกระจังหน้าที่ดูโฉบเฉี่ยวชุดโคมไฟหน้าที่ออกแบบใหม่ทั้งโคมเพื่อสอดรับกับเส้นสายโครเมี่ยมออกแบบใหม่เช่นกัน ชุดแผงไฟตัดหมอกบริเวณด้านล่างมีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงใหม่ ทำให้หน้าตารถยนต์โดยรวมเปลี่ยนไปทันที ชุดไฟตัดหมอกออกแบบเป็นแนวนอน ลากเข้าหากระจังหน้าและช่องดักลมหน้าขนาดใหญ่ ด้านท้ายรถยนต์เส้นสายกันชนท้ายชัดเจนให้ความสปอร์ต สวย หรู

มาสด้า 3 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 210 นิวตันเมตร ส่งกำลังดว้ยชุดเกียร์อัตโนมัติ SKYAVTIV-DRIVE 6 สปีด พร้อมระบบแมนนวล

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมมาสด้า 3 ได้ ที่นี่

ซึ่งในวันทูคาร์ยังมีรถมาสด้า 3 แฮทช์แบค 5 ประตูมือสองราคาถูก สภาพดีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ 2.0 หรือ 1.6 ลิตร ราคาเริ่มต้นที่ 2 แสนต้นๆ เท่านั้น
สามารถชมรถมาสด้า3มือสองได้ ที่นี่

 

 

รุ่นสุดท้ายที่ นิสสัน พัลซาร์ หลังๆมานี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกันแล้ว แต่พัลซาร์ก็เป็นโมเดลหนึ่งที่นิสสันได้นำมาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งเป็นรุ่นแฮทช์แบค ที่มีทั้งเครื่องยนต์ขนาด 1.6 และ 1.8 ลิตร และล่าสุดส่ง พัลซาร์ DIG Turbo มาให้คนรับความแรงได้จับจองเป็นเจ้าของ

 

นิสสัน พัลซาร์ เปิดตัวครั้งแรกในไทยตั้งแต่ปี 2012 ดีไซน์รูปลักษณ์ทันสมัย สไตล์สปอร์ต พร้อมสเกิร์ตรอบคัน ปราดเปรียวลู่ลม ไฟหน้าใช้แบบไบ-ซีนอน โปรเจคเตอร์ ที่มาพร้อมระบบเปิด-ปิดและปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ แถมด้วยระบบล้างทำความสะอาดไฟหน้า ด้านหลังมีไฟเบรกดวงที่ 3 ขณะที่กระจังหน้าโครเมียมดูลงตัวและตัดกันกับรถสีดำที่นำมาทดสอบ ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร จะมีหลังคาซันรูฟมาให้ด้วย

ภายในออกแบบให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีความสะดวก และคล่องตัวในการใช้งาน พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง มาพร้อมเบาะหนัง ภายในใช้โทนสีดำ พวงมาลัย 3 ก้าน พร้อมระบบมัลติฟังก์ชัน ที่มีสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียง หน้าจอแสดงผลการขับขี่ และปุ่มรับ-วางสายการเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่านระบบบลูทูธ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกซ้าย-ขวา พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง

 

ในรุ่นท็อปจะมีเนวิเกเตอร์มาให้ พร้อมหน้าจอทัชสกรีน ขนาด 5.8 นิ้ว ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control กุญแจอัจฉริยะ Intelligence Key
 

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่
 

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเลือกรถนิสสัน พัลซาร์ สภาพดี  ราคาเริ่มต้นที่ 4 แสนต้นๆ เท่านั้นได้ ที่นี่


 

 

 

 

เกี่ยวกับ Tadsaneeya

ความคิดเห็น
ค้นหาข่าวและรีวิว
แกลลอรี่รูปรถยนต์ ดูทั้งหมด

ศูนย์รวมรถใหม่