5วิธี การดูแลรักษาแอร์รถยนต์

เรื่องเด่น
Wongsathon 19 กันยายน 2560 08:00

          ปัจจุบัน แอร์เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดมาให้กับรถยนต์ จะว่าไปแล้วก็เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารภายในรถเย็นสบาย หายเหนื่อยจากอากาศภายนอกรถที่แสนจะร้อนอบอ้าว แต่เราทราบหรือไม่ว่า แอร์ก็ต้องการ การดูแลเหมือนกันนะ แล้วเราจะมีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร ให้แอร์อยู่กับเราไปนานแสนนาน มาดูกันเลยดีกว่าครับ

  1. เปลี่ยนกรองแอร์

โดยปกติแล้ว ศูนย์จะแนะนำให้เราเปลี่ยนกรองแอร์ทุกๆ 2หมื่นกิโลเมตร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของรถ หากเราใช้รถในสถานที่ ที่มีฝุ่นเยอะ เช่น ขับลุยดินบ่อยๆ หรือใช้รถในบริเวณที่กำลังก่อสร้างถนน ก็ควรเปลี่ยนกรองแอร์ทุกๆ1หมื่นกิโลเมตร หรือตามความเหมาะสม หากเราละเลยไม่หมั่นตรวจเช็ค เศษฝุ่นเหล่านี้ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มพื้นที่ของตัวกรองแอร์ ทำให้กรองแอร์ไม่สามารถดักจับฝุ่นได้หมด เป็นเหตุให้เศษฝุ่นอาจจะเล็ดลอดเข้าไปในระบบแอร์ และเศษฝุ่นที่เกาะบนตัวกรอง จะไปขวางทางอากาศ ทำให้อากาศไหลผ่านได้ไม่สะดวก แต่ถ้าเราหมั่นตรวจสอบและรีบแก้ไข ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น

 

  1. ล้างแอร์

นอกเหนือจากการเปลี่ยนกรองแอร์แล้ว เราควรล้างแอร์ด้วย เพราะเศษฝุ่นต่างๆ ที่กรองแอร์ดักจับได้ไม่หมด อาจเล็ดลอดเข้าไปสะสมอยู่ภายในตู้แอร์ ส่งผลให้แอร์ไม่เย็น แอร์ทำงานหนัก จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ตู้แอร์รั่ว ตู้แอร์ตัน อีกทั้งยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค แบคทีเรีย ทางที่ดี เราควรล้างทุกๆ 3-4 หมื่นกิโลเมตร จะดีกว่านะครับ

 

  1. ดูดฝุ่นในรถบ่อยๆ

เพราะทุกครั้งที่เราเปิดประตูขึ้นรถ เศษฝุ่นละออกต่างๆจะขึ้นรถตามเรามาด้วย อ้าว ! แล้วขึ้นมาได้ยังไงล่ะ ก็ติดมากับเสื้อผ้า รองเท้า ของเราเนี่ยแหละครับ ทั้งเศษหิน ดิน ทราย ฝุ่นละออง อาจฝังอยู่ตามเบาะ ตามพรมต่างๆ และเจ้าฝุ่นพวกนี้อาจเล็ดลอดเข้าไปในระบบแอร์เราได้ วิธีแก้คือการหมั่นดูดฝุ่นในรถบ่อยๆ นอกจากเป็นการกำจัดเศษขยะฝุ่นละอองแล้ว ยังทำให้อากาศภายในรถบริสุทธิ์อีกด้วยนะ

 

 

  1. ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม

ไม่ควรตั้งอุณหภูมิให้เย็นจนเกินไป เพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักจนเกินไป ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เสื่อมสภาพไวกว่าที่ควร

 

  1. ปิดสวิตช์ A/C ก่อนถึงที่หมายสัก3นาที

เมื่อเราขับรถใกล้จะถึงที่หมาย ควรปิดสวิตช์ A/C และเปิดพัดลมไปที่ระดับแรงสุด ก่อนถึงที่หมายสักประมาณ 3นาที เพื่อเป็นการไล่ความเย็นและความชื้นออกจากระบบแอร์ ซึ่งเป็นสาเหตุของเชื้อโรคต่างๆ และกลิ่นอับชื้น

 

          วิธีทั้งหมดที่ได้กล่าวมานั้น ลองเอาไปใช้ดูนะครับ ยอมเสียเงินเล็กๆน้อยๆในการดูแลรักษา ดีกว่าเสียเวลา เสียความรู้สึก เสียเงินหลายพันหลายหมื่นเพื่อซ่อมนะครับ ลองคิดดุนะครับ ถ้าเราไม่ดูแลรักษาเลย วันนึงแอร์เกิดเสียกลางทางที่อากาศร้อนๆขึ้นมา คงหงุดหงิดน่าดูใช่มั้ยล่ะครับ

หากท่านใดกำลังมองหารถยนต์มือหนึ่ง และมือสอง สามารถคลิกเข้าชมได้ ที่นี่

เกี่ยวกับ Wongsathon

ความคิดเห็น
ค้นหาข่าวและรีวิว
แกลลอรี่รูปรถยนต์ ดูทั้งหมด

ศูนย์รวมรถใหม่