หน้าแรก บทความ เรื่องเด่น ย้อนรอย Toyota Hilux ทั้ง 8 เจเนอเรชัน กระบะขวัญใจคนไทยตลอดกาล ย้อนรอย Toyota Hilux ทั้ง 8 เจเนอเรชัน กระบะขวัญใจคนไทยตลอดกาล เรื่องเด่น Potsavee Tantichotphiruk | 11 December 2568 14:09 กว่า 50 ปี ที่ชื่อ Toyota Hilux กลายเป็นสัญลักษณ์ของรถกระบะที่แข็งแกร่งและไว้ใจได้ในโลก โดยเฉพาะในไทยรถกระบะ Hilux เป็นที่ต้องการของทั้ง ชาวไร่ ชาวสวน ผู้รับเหมา หรือแม้แต่คนเมืองที่ชอบความอเนกประสงค์ ทำให้รถกระบะ Hilux คือรถที่ตอบโจทย์คนทุกยุคทุกสมัยอย่างแท้จริง ปัจจุบัน Toyota มีการพัฒนารถกระบะ Hilux ออกมา ซึ่งตอนนี้เป็นเจนที่ 9 แล้วมีชื่อว่า HILUX TRAVO เปิดตัวเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ณ ประเทศไทย ที่ ไบเทคบางนา ซึ่งมีการปรับโฉมให้ดูทันสมัยตามยุคตามสมัยมากขึ้น ที่มาของคำว่า Hilux ของ Toyota มาจากอะไร? ชื่อ “Hilux” มาจากคำผสมระหว่าง “High” + “Luxury” ซึ่งสื่อถึง กระบะที่ให้สมรรถนะสูง และมีความสะดวกสบายเหนือกว่ารถบรรทุกทั่วไป ในยุค 1960s Toyota ต้องการสร้างรถกระบะที่ทั้งทนทานและขับสนุกเหมือนรถเก๋ง จึงเกิด Hilux รุ่นแรกขึ้นในปี 1968 และตั้งแต่นั้นมาชื่อ Hilux ก็กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่ทรงพลังที่สุดของแบรนด์ Toyota และรถกระบะที่คนไทยรู้จักดี รถกระบะ Toyota Hilux มีทั้งหมดกี่ Generation ? หากผู้ถึงรถกระบะมือสองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย Toyota Hilux ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เห็นคนไทยใช้เยอะมาก ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบัน Toyota Hilux มีทั้งหมด 9 Generation ซึ่ง Gen 9 พึ่งเปิดตัวไปนี้เอง มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละเจนของรถกระบะ Toyota Hilux จะเป็นอย่างไร มีหน้าตา จุดเด่น มีการพัฒนาไปแบบไหน และตอนนี้ราคารถกระบะมือสองของ Toyota Hilux แต่ละเจนอยู่ที่เท่าไหร่บ้าง ? 1. รถกระบะ Hilux Gen 1 (ปี 1968–1972) ต้นกำเนิดของชื่อ “Hilux” เริ่มต้นขึ้นในปี 1968 จากความร่วมมือระหว่าง Toyota Motor Corporation และ Hino Motors ผู้เชี่ยวชาญด้านรถบรรทุกในญี่ปุ่น ซึ่งตั้งเป้าจะสร้าง “รถกระบะที่ขับเหมือนรถเก๋ง” ซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดที่ล้ำสมัยมากในยุคนั้น Hilux รุ่นแรก (รหัส N10) มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลัง 77 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) จุดเด่นของรุ่นนี้คือ ช่วงล่างนุ่มและให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่คล้ายรถเก๋ง ซึ่งแตกต่างจากรถบรรทุกเล็กทั่วไปที่ขับแข็งกระด้าง นอกจากนี้ Toyota ยังออกแบบตัวถังให้เรียบง่ายแต่แข็งแรง รองรับงานบรรทุกหนักได้ดีเยี่ยม และสามารถใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ ทั้งในภาคเกษตรกรรม งานพาณิชย์ หรือการใช้งานส่วนตัวในชีวิตประจำวัน ปัจจุบัน รถกระบะมือสอง Hilux Gen 1 อาจจะหาซื้อไม่ได้แล้วตอนนี้ 2. กระบะ Hilux Gen 2 (1972–1978) หลังจากที่ Hilux รุ่นแรกสร้างชื่อเสียงในฐานะ “กระบะขับเหมือนเก๋ง” ไปทั่วโลก Toyota ไม่หยุดอยู่แค่นั้น แต่เดินหน้าพัฒนาให้รุ่นต่อมามีความแข็งแกร่งขึ้นและตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริงมากยิ่งกว่าเดิม สำหรับรถกระบะ Hilux รุ่นที่ 2 (รหัส N20) เปิดตัวในปี 1972 มาพร้อมการออกแบบใหม่ที่ดูแข็งแรงและทันสมัยกว่าเดิม แต่ยังคงความเรียบง่ายและความทนทานอันเป็นเอกลักษณ์ของ Toyota ไว้ครบถ้วน ตัวถังถูกขยายให้ยาวขึ้นเพื่อรองรับพื้นที่บรรทุกที่มากขึ้น พร้อมช่วงล่างที่ปรับให้มั่นคงและขับสบายกว่าเดิม เครื่องยนต์ก็ได้รับการอัปเกรดเช่นกัน โดยมีทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร และ 2.0 ลิตร ให้พละกำลังเพียงพอต่อการใช้งานในทุกสภาพเส้นทาง อีกทั้งยังมีรุ่น Hilux High-Lux ที่เน้นความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารมากขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดรถกระบะที่ใช้งานได้ทั้งงานและครอบครัว ใครที่กำลังจะซื้อรถกระบะมือสอง รถกระบะรุ่นไหนดี บรรทุกได้เยอะ ส่งของได้ไว! 3. รถกระบะ Toyota Hilux Gen 3 (1978–1983) หลังจากความสำเร็จของ Gen 2 โตโยต้าได้ออก Hilux Gen 3 หรือรหัส N30/N40 มาตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการรถกระบะไม่เพียงแค่ทนทาน แต่ต้องขับง่ายและสะดวกสบายขึ้น แถมยังสามารถใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การขนส่งสินค้า ไปจนถึงกิจกรรมครอบครัว และเริ่มเน้นการขับขี่บนถนนในเมืองควบคู่กับการบุกป่าฝ่าดง โดยเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.6–2.2 ลิตร และในปี 1980 ได้มีเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร เป็นครั้งแรก ทำให้มีกำลังเพิ่มขึ้น และตอบโจทย์ทั้งงานหนักและการใช้งานทั่วไป ปรับปรุงให้รองรับน้ำหนักบรรทุกได้ดีขึ้น แต่ยังคงความนุ่มนวลแบบ Gen 1–2 เป็นโฉมแรกที่ไฮลักซ์มีการผลิตรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และเป็นโฉมที่มีการใช้เกียร์อัตโนมัติกับไฮลักซ์ การออกแบบเริ่มมีเส้นสายโค้งมนขึ้น ทันสมัยขึ้น แต่ยังคงความเรียบง่ายแบบกระบะคลาสสิก ทำให้หลายคนเรียกว่ารุ่นนี้ว่า “Hilux Super Star” และชาวบ้านเรียกว่า "ม้ากระโดด" ความพิเศษของ Hilux Gen 3 คือเริ่มมีตัวเลือก Cab และ Extra Cab ทำให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่อยากได้ที่นั่งเพิ่ม และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Hilux ขยายตลาดสู่ครอบครัวมากขึ้น 4. รถกระบะ Hilux Gen 4 (1988–1997) ในยุคที่ 4 ของ Hilux ที่ทาง Toyota ได้ยกระดับกระบะรุ่นนี้จากเพียงรถใช้งานประจำวันให้กลายเป็น รถกระบะเอนกประสงค์ ที่ตอบโจทย์ทั้งงานหนักและการเดินทางไกล ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลหลากหลายขนาด ตั้งแต่ 2.0 – 3.0 ลิตร และยังเป็นโฉมแรกที่มี รุ่นเอ็กซ์ตร้าแค็บ (2 แถว 2 ประตู) ขายคู่กับ ซิงเกิลแค็บ (1 แถว 2 ประตู) ทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกต่อความเหมาะทั้งการใช้งานส่วนบุคคลและบรรทุกของมากขึ้น โฉมนี้เป็นที่รู้จักในไทยว่า Hilux Hercules ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น Hilux Hero ซึ่งในปี 2530 Toyota จัดตั้งโรงงานประกอบและผลิตเครื่องยนต์ในไทยร่วมกับสยามซีเมนต์ และผู้ถือหุ้นอื่น ๆ โดยมีการเปิดตัว Hilux Hero ใช้โครงสร้างหัวเก๋งเดิมแต่ปรับหน้ากระจังใหม่ ตอนนั้นมีพรีเซ็นเตอร์ในไทยคือ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ 5. รถ Hilux Gen 5 (1997–2005) - Toyota Hilux Mighty-X เจเนอเรชันที่ 5 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของรถกระบะ Hilux จากเดิมที่เน้นความทนทานและใช้งานหนักเพียงอย่างเดียว โฉมนี้เริ่มผสมผสานดีไซน์ทันสมัยเข้ากับสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือขึ้น ตอบโจทย์คนขับที่ต้องการความสะดวกสบายและความสวยงามในเวลาเดียวกัน โดยมีตัวเลือกหลากหลายทั้งแบบ ตอนเดียว, ตอนครึ่ง และ 4 ประตู สำหรับคนไทย Hilux เจเนอเรชันที่ 5 ถูกจดจำในชื่อ Toyota Hilux Mighty-X ซึ่งในประเทศไทยมีการจำหน่ายทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ แบบช่วงยาวตอนเดียว แบบตอนครึ่ง และแบบ 4 ประตู โดย รถกระบะ Hilux Mighty-X มีการปรับโฉมอยู่ทั้งหมด 4 รุ่น นั้นคือ รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2533–2534) หรือที่เรียกกันว่า รุ่นกระจกเล็ก หน้าแถบ 2 ชั้น จุดเด่นคือกระจังหน้าแถบสองชั้น พร้อมโลโก้ตัวอักษร TOYOTA ติดกลาง และกระจกมองข้างขนาดเล็ก ฝากระบะท้ายเปิดด้วยด้ามจับ 2 ข้าง เป็นรุ่นเริ่มต้นที่วางรากฐานให้ Hilux Mighty-X ในไทย รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2534–2537) หรือ รุ่นกระจกเล็ก หน้าแถบ 3 ห่วง มีการปรับกระจังหน้าใหม่เป็นชั้นเดียว ตรงกลางเปลี่ยนมาเป็นสัญลักษณ์สามห่วงของ Toyota ส่วนกระจกมองข้างยังคงเป็นขนาดเล็ก ฝากระบะท้ายยังเปิดด้วยด้ามจับ 2 ข้างเช่นเดิม รุ่นที่ 3 (พ.ศ. 2537–2539) หรือ รุ่นกระจกใหญ่ หน้าตัว T จุดเปลี่ยนสำคัญคือกระจังหน้ากลางเป็นรูปตัว T พร้อมสัญลักษณ์สามห่วง และเพิ่มกระจกมองข้างขนาดใหญ่ขึ้น ฝากระบะท้ายเปลี่ยนเป็นแบบเปิดด้วยมือเดียวคล้ายประตูรถ เว้นเพียงรุ่นตอนเดียวที่ยังใช้ด้ามจับสองข้าง รุ่นที่ 4 (พ.ศ. 2539–2541) หรือ รุ่นหน้าใหม่ โป่งข้าง ถือเป็นรุ่นสุดท้ายและการปรับโฉมใหญ่ครั้งสำคัญ กระจังหน้าเปลี่ยนเป็นแถบแนวนอน 4 ชั้น พร้อมไฟหน้าเต็มกรอบและไฟเลี้ยวใหม่ โป่งบังโคลนขยายทั้ง 4 ล้อ และกระจกมองข้างยังคงใหญ่เหมือนรุ่นที่ 3 ฝากระบะท้ายยังคงแบบเดียวกัน ทำให้ Hilux Mighty-X รุ่นนี้โดดเด่นทั้งด้านสมรรถนะและสไตล์ ราคารถกระบะมือสอง Toyota Hilux Mighty-X ราคาเท่าไหร่ รถกระบะมือสอง Toyota Hilux Mighty-x ราคาเริ่มต้นที่ 69,000 - 159,000 บาท 6. กระบะ Toyota Hilux Tiger Gen 6 (1997–2004) Toyota Hilux ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ด้วย Hilux Tiger ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติภาพลักษณ์ของกระบะจากความดุดันสำหรับงานหนักสู่กระบะที่ขับสบายและเหมาะกับการใช้งานในเมืองมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้คือ ดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัย โครงสร้างตัวถังถูกปรับให้มีสัดส่วนลงตัว ดูสปอร์ตแต่ยังคงความทนทานแบบกระบะดั้งเดิม รองรับการใช้งานแบบครอบครัวได้ดีขึ้น ด้านสมรรถนะ Hilux Tiger เปิดตัวด้วย รุ่น Tiger D4D ซึ่งเป็นเครื่องดีเซลหัวฉีดตรงรุ่นแรกของ Toyota (Direct Injection Diesel) ทำให้เครื่องยนต์มีแรงบิดสูง ประหยัดน้ำมัน และตอบสนองได้ดีกว่ารุ่นเดิม ช่วงล่างยังได้รับการปรับปรุงด้วย Double Wishbone ที่ด้านหน้า ให้ความนุ่มนวลและเกาะถนนดีขึ้น ทำให้ผู้ขับรู้สึกได้ถึงความแตกต่างระหว่างการขับกระบะแบบเก่าและ Hilux Tiger ที่ขับเหมือนรถเก๋ง นอกจากนี้ Hilux Tiger ยังเริ่มเจาะกลุ่มผู้ใช้ในเมืองและครอบครัวมากขึ้น ด้วยตัวเลือกทั้ง ตอนเดียว, ตอนครึ่ง และ 4 ประตู พร้อมออปชันเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเบาะหนังปรับระดับ, เครื่องเสียงที่ทันสมัย, และระบบปรับอากาศที่ตอบโจทย์ทุกฤดูกาล ราคารถกระบะมือสอง Toyota Hilux Tiger ราคาเท่าไหร่ รถกระบะมือสอง Toyota Hilux Tiger ราคาเริ่มต้นที่ 85,000 - 159,000 บาท 7. รถกระบะ Toyota Hilux Vigo Gen 7 (2005–2015) หลังจาก Hilux Tiger ยังมีรองกระบะของหลาย ๆ ค่าย Toyota ได้พลิกโฉมกระบะอีกครั้งด้วย Hilux Vigo หรือที่หลายคนเรียกว่า “กระบะแกร่งพันธุ์แกร่ง” ซึ่งถือเป็นการยกระดับ Hilux ให้กลายเป็นกระบะที่ทั้ง ทนและดูดีในทุกมิติ ซึ่งถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและพรีเมียมมากขึ้น ทำให้ Vigo กลายเป็นต้นแบบการออกแบบสำหรับรถรุ่นต่อ ๆ มา เช่น Toyota Innova และ Toyota Fortuner ด้านเครื่องยนต์ Hilux Vigo มาพร้อมทั้ง ดีเซลคอมมอนเรล 2.5L และ 3.0L ที่ตอบโจทย์การบรรทุกและการลากจูง พร้อมแรงบิดสูงที่ทำให้ขับง่ายทั้งในทางเรียบและทางขรุขระ ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ ให้ความสะดวกสบายเหมือนรถเก๋ง พวงมาลัยและเบรกปรับน้ำหนักเหมาะสม ทำให้การขับกระบะไม่เหนื่อยเหมือนในอดีต ตลอดอายุตลาดของรถกระบะ Vigo มีการปรับโฉมและพัฒนาต่อเนื่อง ตั้งแต่เพิ่มสีใหม่ รุ่นย่อยพิเศษ ปรับเครื่องยนต์ดีเซลให้แรงขึ้น รวมถึงการเปิดตัว Hilux Vigo Champ พร้อมเทคโนโลยี Diamond Tech, ระบบช่วงล่าง DTS, Eco Navi และระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น เข็มขัดนิรภัย ELR และถุงลมนิรภัยคู่หน้า Hilux Vigo เป็นรุ่นแรกที่ทำให้กระบะ Toyota กลายเป็น รถที่คนทั่วไปอยากใช้ทั้งขับในเมืองและลุยงานหนัก และยังสร้างปรากฏการณ์ตลาดรถกระบะมือสองที่มีราคาดีจนถึงปัจจุบัน ราคารถกระบะมือสอง Toyota Hilux Vigo ราคาเท่าไหร่ Hilux Vigo Champ Double Cab (ปี 11-15) ราคาเริ่มต้น 165,000 - 529,000 บาท Hilux Vigo Champ Extra Cab (ปี 11-15) ราคาเริ่มต้น 140,000 - 229,000 บาท Hilux Vigo Champ Single Cab (ปี 11-15) ราคาเริ่มต้น 149,000 - 299,000 บาท Hilux Vigo Champ Smart Cab (ปี 11-15) ราคาเริ่มต้น 128,000 - 439,000 บาท Hilux Vigo Double Cab (ปี 04-08) ราคาเริ่มต้น 115,000 - 325,000 บาท Hilux Vigo Double Cab (ปี 08-11) ราคาเริ่มต้น 168,000 - 368,000 บาท Hilux Vigo Extra Cab (ปี 04-08) ราคาเริ่มต้น 148,000 - 359,000 บาท Hilux Vigo Extra Cab (ปี 08-11) ราคาเริ่มต้น 179,000 - 285,000 บาท Hilux Vigo Single Cab (ปี 04-08) ราคาเริ่มต้น 99,000 - 198,000 บาท Hilux Vigo Single Cab (ปี 08-11) ราคาเริ่มต้น 129,000 - 225,000 บาท Hilux Vigo Smart Cab (ปี 08-11) ราคาเริ่มต้น 130,000 - 395,000 บาท 8. รถ Toyota Hilux Revo Gen 8 (2015–2025) รถกระบะ Toyota Hilux Revo เผยโฉมครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 และเริ่มจำหน่ายทันทีในวันที่ 22 พฤษภาคม โดยมีการถ่ายทอดสดเปิดตัวผ่านฟรีทีวีและจัดงานเปิดตัวพร้อมกันใน 4 ภาคของไทย โฉมนี้ใช้ชื่อรุ่น Revo และถือเป็นการยกระดับ Hilux สู่กระบะยุคใหม่ทั้งด้านดีไซน์ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยี ตั้งแต่เปิดตัว Hilux Revo ได้มีการปรับปรุงต่อเนื่องหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่ รุ่น TRD Sportivo ในปี 2559 พร้อมชุดแต่งรอบคันและช่วงล่าง DCS, การอัปเกรดไฟหน้าโปรเจกเตอร์ LED, ระบบไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในรุ่นต่าง ๆ ในปี 2560–2563 Revo มีการปรับโฉม Minorchange Revo เพิ่มรุ่น Rocco เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร พร้อมระบบ Toyota Safety Sense ครบครัน เช่น ระบบเบรกอัตโนมัติ Pre-Collision, Lane Keeping Assist และ Dynamic Radar Cruise Control รวมถึงจูนเครื่องยนต์ให้แรงขึ้น และปรับดีไซน์ไฟหน้า Bi-Beam LED, กระจังหน้า, ล้ออัลลอย และไฟท้ายใหม่ ต่อมา Hilux Revo ยังมีรุ่นพิเศษ GR Sport และ ฉลอง 60 ปี Toyota ประเทศไทย มาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษ ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ ระบบ T-Connect Telematics และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเต็มรูปแบบ ล่าสุดในปี 2024 Revo รุ่น Z Edition และ GR Sport 4x4 Widebody ปรับดีไซน์ใหม่ทั้งด้านหน้าและหลัง พร้อมอัปเกรดเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 VN Turbo เป็น 224 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร ระบบช่วงล่าง, โครงสร้างตัวถัง, ล้อ-ยาง และระบบความปลอดภัยถูกปรับปรุงให้แข็งแรงและทันสมัยขึ้น พร้อมหน้าจอเครื่องเสียง 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto แบบไร้สาย และระบบชาร์จไร้สาย Wireless Charger ราคารถกระบะมือสอง Toyota Hilux Revo ราคาเท่าไหร่ Hilux Revo Double Cab ราคาเริ่มต้น 289,000 - 1,059,000 บาท Hilux Revo Single Cab ราคาเริ่มต้น 179,000 - 670,000 บาท Hilux Revo Smart Cab ราคาเริ่มต้น 258,000 - 882,000 บาท Hilux Revo Rocco ราคาเริ่มต้น 409,000 - 1,199,000 บาท Hilux Revo Z Edition ราคาเริ่มต้น 289,000 - 726,000 บาท Hilux Revo GR Sport ราคาเริ่มต้น 549,000 - 1,600,000 บาท 9. Toyota Hilux Travo Gen 9 (ใหม่ล่าสุด) Toyota Hilux Travo ยังคงสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม IMV แบบเดียวกับ Hilux Revo และ Hilux Champ ที่ใช้มาตั้งแต่ยุค Vigo แต่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้เป็น กระบะที่ใช้งานได้หลากหลายและน่าใช้มากขึ้น สำหรับตลาดรถกระบะขนาดน้ำหนักไม่เกิน 1 ตัน จากการสำรวจความต้องการของลูกค้าชาวไทย พบว่ากระบะไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะสำหรับบรรทุกของอีกต่อไป แต่ยังถูกใช้งานในชีวิตประจำวัน การพัฒนา Hilux Travo จึงมุ่งเน้นให้เป็น กระบะที่ขับเหมือนรถยนต์นั่ง มอบความสะดวกสบายและสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น ทั้งด้านดีไซน์และเทคโนโลยี งานออกแบบภายนอกของ Hilux Travo ใหม่ทั้งหมด ภายใต้แนวคิด “Cyber Sumo” จากทีม Toyota Australia เริ่มตั้งแต่ด้านหน้า ด้วยกันชนหน้าที่ดุดัน กระจังหน้าแบบช่องตะแกรงหกเหลี่ยม ไฟหน้าเรียวแบน และไฟตัดหมอกตำแหน่งล่างสุด พร้อมชิ้นกันกระแทกแนวล่าง ฝากระโปรงออกแบบให้แบนราบตรงกลางและมีขยักด้านข้าง เพื่อลดแรงกระแทกต่อผู้คน กรอบด้านหน้าประทับชื่อแบรนด์ “T O Y O T A” แทนโลโก้สามห่วงแบบดั้งเดิม ราคาเปิดตัว Toyota Hilux Travo ราคาเท่าไหร่ Hilux Travo Prerunner 2.8 Overland 6AT เริ่มต้น 1,102,000 บาท Hilux Travo Prerunner 2.8 Overland Plus 6AT เริ่มต้น 1,176,000 บาท Hilux Travo 2.8 Overland 6AT 4TREX (4×4) เริ่มต้น 1,292,000 บาท Hilux Travo 2.8 Overland Plus 6AT 4TREX (4×4) เริ่มต้น 1,366,000 บาท ทำไม Toyota Hilux จึงได้รับความนิยมตลอดกาลในประเทศไทย Toyota Hilux ไม่ว่าจะมือหนึ่ง มือสอง เจนไหนก็ตามนั้นได้รับความนิยมในตลาดรถประเทศไทยอยู่ตลอด เพราะเป็นรถกระบะที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ใช้งานหนักแค่ไหนก็ยังไว้ใจได้ ไม่ว่าจะลุยทางไกล ทางดิน ฝนตก หรือน้ำท่วม ผู้ใช้จึงเชื่อถือได้ในทุกสถานการณ์ อีกทั้งค่าดูแลรักษาต่ำ อะไหล่หาง่าย และอู่ทั่วไปก็ซ่อมได้ และ Toyota ก็มีศูนย์บริการอยู่ทั่วประเทศที่เข้าถึงได้ง่ายมาก ๆ ทำให้การใช้ Hilux ไม่ยุ่งยากทั้งเรื่องซ่อมเรื่องศูนย์และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวมาก ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ Hilux ยังมีราคาขายต่อดีมากราคาแข็งกว่ารถกระบะแบรนด์คู่แข่ง จึงไม่แปลกที่ Hilux จะมีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง ทันสมัย และใช้งานได้รอบด้าน ทั้งงานบรรทุกและใช้ในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ Toyota Hilux ยังคงเป็นรถกระบะที่อยู่ในใจคนไทยเสมอมา โหลดหรือยัง? แอป one2car - NEXT GEN! CAR APP Smart Search: หารถง่าย ฟังก์ชันครบ ข้อมูลชัด! Qualified Car: รถคุณภาพ ตรวจสภาพแล้ว พร้อมรายงานรถ Most Trusted Seller: คัดผู้ขายให้แล้ว ไม่ต้องกลัวมิจฉาชีพ Hot Deals: พบกับ Big Sale ลดแรงทุกเดือน! My Garage: ระบบผู้จัดการส่วนตัวให้รถคุณ ทุกเรื่องรถ จบในที่เดียว Car Tax Renewal: ต่อภาษีรถยนต์สะดวกกว่าที่เคย ไม่ต้องกลัวลืม Car Price: อยากขายรถแต่ไม่รู้ราคา เช็กเลย! รู้ผลใน 1 นาที ต้องการขายก็ทำได้เลย Car Financing: สินเชื่อรถมือสอง จัดไฟแนนซ์ง่ายกับ Partner ของเรา พร้อมข้อเสนอพิเศษ Car Insurance: เปรียบเทียบเบี้ย ต่อประกันรถยนต์ พร้อมดีลสุดพิเศษจากบริษัทชั้นนำ Extended Warranty: ประกันอะไหล่รถ หมดห่วงเรื่องอะไหล่รถมือสอง one2car Story: คลิปรีวิวรถจากคนขาย คอนเทนต์เกี่ยวกับยานยนต์ Apple Store : https://bit.ly/o2c_apple_store Google Play Store : https://bit.ly/o2c_Google_Play_Store ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง one2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com ✕ ใช้การติดต่อผ่านไลน์ เราปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณตาม PDPA ฉันยอมรับ ข้อกำหนดการใช้งาน และ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของ One2car.com ฉันยินยอมให้ One2car.com และผู้ขายรายการประกาศติดต่อทางไลน์ ตรวจสอบข้อเสนอรถที่ดีที่สุด! Prev Next ข้อเสนอพิเศษ - โทรในขณะนี้! วัน ชม ราคาเฉลี่ย ทำไมไม่มีราคาที่ระบุไว้? ติดต่อโชว์รูมโดยตรงจะได้ราคาที่พิเศษที่สุด I ทำไมไม่มีราคาที่ระบุไว้? ติดต่อโชว์รูมโดยตรงจะได้ราคาที่พิเศษที่สุด แท็กที่เกี่ยวข้อง รถกระบะมือสอง รถกระบะสี่ประตู รถกระบะ รถกระบะเกียร์ออโต้ รถปิคอัพ รถปิคอัพมือสอง Toyota Hilux กระบะ Hilux Toyota Hilux Tiger Gen Toyota Hilux Vigo Toyota Hilux REVO พิมพ์ ข่าวฟีเจอร์ จองทะเบียนรถต่างจังหวัด ได้ไหม ทำอย่างไร? รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ เรื่องเด่น Potsavee Tantichotphiruk | 6 วันที่ผ่านมา สำหรับคนที่กำลังออกรถใหม่ป้ายแดง หรือซื้อรถมือสอง และต้องการล็อกเลขทะเบียนที่ต้องการ หลายคนอาจสงสัยว่า ... ฤกษ์ออกรถ กรกฎาคม 2569 เคาะวันดี เวลาเริ่ด! ล้อหมุนแล้วปัง เรื่องเด่น Chuenkamon Phasuk | 6 วันที่ผ่านมา ออกรถใหม่ทั้งที ต้องเริ่มด้วยความเฮง! one2car มัดรวมฤกษ์ดีประจำเดือนกรกฎาคม 2569 มาให้แล้ว ไม่ว่าจะรถป้ายแดง รถมือสอง หรือมอเตอร์ไซค์ ... รีวิว Mercedes-Benz SLK มือสอง สปอร์ตโรดสเตอร์ มีเงิน 6 แสน ก็ซื้อได้ ลองขับ Pakkawat Unchalee | 6 วันที่ผ่านมา รีวิว Mercedes-Benz SLK มือสอง สปอร์ตโรดสเตอร์ มีเงิน 6 แสนก็ซื้อได้ ความฝันชายไทยมีรถสปอร์ตโรดสเตอร์ไว้ขับหล่อๆ โอกาสอยู่แค่เอื้อม! Mercedes-Benz ... ซื้อรถมือสองที่ one2car รับส่วนลดเพิ่ม 5% ที่ B-Quik ทุกสาขา ข่าววงการรถยนต์ Chuenkamon Phasuk | 6 วันที่ผ่านมา ซื้อรถที่ one2car → B-Member รับส่วนลดดูแลรถเพิ่มอีก 5% คุ้มต่อไม่รอแล้วนะ one2car x B-Quik สานต่อโปรสุดปังเฟส 2 ... เเสดงความคิดเห็น
ย้อนรอย Toyota Hilux ทั้ง 8 เจเนอเรชัน กระบะขวัญใจคนไทยตลอดกาล เรื่องเด่น Potsavee Tantichotphiruk | 11 December 2568 14:09 กว่า 50 ปี ที่ชื่อ Toyota Hilux กลายเป็นสัญลักษณ์ของรถกระบะที่แข็งแกร่งและไว้ใจได้ในโลก โดยเฉพาะในไทยรถกระบะ Hilux เป็นที่ต้องการของทั้ง ชาวไร่ ชาวสวน ผู้รับเหมา หรือแม้แต่คนเมืองที่ชอบความอเนกประสงค์ ทำให้รถกระบะ Hilux คือรถที่ตอบโจทย์คนทุกยุคทุกสมัยอย่างแท้จริง ปัจจุบัน Toyota มีการพัฒนารถกระบะ Hilux ออกมา ซึ่งตอนนี้เป็นเจนที่ 9 แล้วมีชื่อว่า HILUX TRAVO เปิดตัวเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ณ ประเทศไทย ที่ ไบเทคบางนา ซึ่งมีการปรับโฉมให้ดูทันสมัยตามยุคตามสมัยมากขึ้น ที่มาของคำว่า Hilux ของ Toyota มาจากอะไร? ชื่อ “Hilux” มาจากคำผสมระหว่าง “High” + “Luxury” ซึ่งสื่อถึง กระบะที่ให้สมรรถนะสูง และมีความสะดวกสบายเหนือกว่ารถบรรทุกทั่วไป ในยุค 1960s Toyota ต้องการสร้างรถกระบะที่ทั้งทนทานและขับสนุกเหมือนรถเก๋ง จึงเกิด Hilux รุ่นแรกขึ้นในปี 1968 และตั้งแต่นั้นมาชื่อ Hilux ก็กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่ทรงพลังที่สุดของแบรนด์ Toyota และรถกระบะที่คนไทยรู้จักดี รถกระบะ Toyota Hilux มีทั้งหมดกี่ Generation ? หากผู้ถึงรถกระบะมือสองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย Toyota Hilux ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เห็นคนไทยใช้เยอะมาก ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบัน Toyota Hilux มีทั้งหมด 9 Generation ซึ่ง Gen 9 พึ่งเปิดตัวไปนี้เอง มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละเจนของรถกระบะ Toyota Hilux จะเป็นอย่างไร มีหน้าตา จุดเด่น มีการพัฒนาไปแบบไหน และตอนนี้ราคารถกระบะมือสองของ Toyota Hilux แต่ละเจนอยู่ที่เท่าไหร่บ้าง ? 1. รถกระบะ Hilux Gen 1 (ปี 1968–1972) ต้นกำเนิดของชื่อ “Hilux” เริ่มต้นขึ้นในปี 1968 จากความร่วมมือระหว่าง Toyota Motor Corporation และ Hino Motors ผู้เชี่ยวชาญด้านรถบรรทุกในญี่ปุ่น ซึ่งตั้งเป้าจะสร้าง “รถกระบะที่ขับเหมือนรถเก๋ง” ซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดที่ล้ำสมัยมากในยุคนั้น Hilux รุ่นแรก (รหัส N10) มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลัง 77 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) จุดเด่นของรุ่นนี้คือ ช่วงล่างนุ่มและให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่คล้ายรถเก๋ง ซึ่งแตกต่างจากรถบรรทุกเล็กทั่วไปที่ขับแข็งกระด้าง นอกจากนี้ Toyota ยังออกแบบตัวถังให้เรียบง่ายแต่แข็งแรง รองรับงานบรรทุกหนักได้ดีเยี่ยม และสามารถใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ ทั้งในภาคเกษตรกรรม งานพาณิชย์ หรือการใช้งานส่วนตัวในชีวิตประจำวัน ปัจจุบัน รถกระบะมือสอง Hilux Gen 1 อาจจะหาซื้อไม่ได้แล้วตอนนี้ 2. กระบะ Hilux Gen 2 (1972–1978) หลังจากที่ Hilux รุ่นแรกสร้างชื่อเสียงในฐานะ “กระบะขับเหมือนเก๋ง” ไปทั่วโลก Toyota ไม่หยุดอยู่แค่นั้น แต่เดินหน้าพัฒนาให้รุ่นต่อมามีความแข็งแกร่งขึ้นและตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริงมากยิ่งกว่าเดิม สำหรับรถกระบะ Hilux รุ่นที่ 2 (รหัส N20) เปิดตัวในปี 1972 มาพร้อมการออกแบบใหม่ที่ดูแข็งแรงและทันสมัยกว่าเดิม แต่ยังคงความเรียบง่ายและความทนทานอันเป็นเอกลักษณ์ของ Toyota ไว้ครบถ้วน ตัวถังถูกขยายให้ยาวขึ้นเพื่อรองรับพื้นที่บรรทุกที่มากขึ้น พร้อมช่วงล่างที่ปรับให้มั่นคงและขับสบายกว่าเดิม เครื่องยนต์ก็ได้รับการอัปเกรดเช่นกัน โดยมีทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร และ 2.0 ลิตร ให้พละกำลังเพียงพอต่อการใช้งานในทุกสภาพเส้นทาง อีกทั้งยังมีรุ่น Hilux High-Lux ที่เน้นความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารมากขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดรถกระบะที่ใช้งานได้ทั้งงานและครอบครัว ใครที่กำลังจะซื้อรถกระบะมือสอง รถกระบะรุ่นไหนดี บรรทุกได้เยอะ ส่งของได้ไว! 3. รถกระบะ Toyota Hilux Gen 3 (1978–1983) หลังจากความสำเร็จของ Gen 2 โตโยต้าได้ออก Hilux Gen 3 หรือรหัส N30/N40 มาตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการรถกระบะไม่เพียงแค่ทนทาน แต่ต้องขับง่ายและสะดวกสบายขึ้น แถมยังสามารถใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การขนส่งสินค้า ไปจนถึงกิจกรรมครอบครัว และเริ่มเน้นการขับขี่บนถนนในเมืองควบคู่กับการบุกป่าฝ่าดง โดยเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.6–2.2 ลิตร และในปี 1980 ได้มีเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร เป็นครั้งแรก ทำให้มีกำลังเพิ่มขึ้น และตอบโจทย์ทั้งงานหนักและการใช้งานทั่วไป ปรับปรุงให้รองรับน้ำหนักบรรทุกได้ดีขึ้น แต่ยังคงความนุ่มนวลแบบ Gen 1–2 เป็นโฉมแรกที่ไฮลักซ์มีการผลิตรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และเป็นโฉมที่มีการใช้เกียร์อัตโนมัติกับไฮลักซ์ การออกแบบเริ่มมีเส้นสายโค้งมนขึ้น ทันสมัยขึ้น แต่ยังคงความเรียบง่ายแบบกระบะคลาสสิก ทำให้หลายคนเรียกว่ารุ่นนี้ว่า “Hilux Super Star” และชาวบ้านเรียกว่า "ม้ากระโดด" ความพิเศษของ Hilux Gen 3 คือเริ่มมีตัวเลือก Cab และ Extra Cab ทำให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่อยากได้ที่นั่งเพิ่ม และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Hilux ขยายตลาดสู่ครอบครัวมากขึ้น 4. รถกระบะ Hilux Gen 4 (1988–1997) ในยุคที่ 4 ของ Hilux ที่ทาง Toyota ได้ยกระดับกระบะรุ่นนี้จากเพียงรถใช้งานประจำวันให้กลายเป็น รถกระบะเอนกประสงค์ ที่ตอบโจทย์ทั้งงานหนักและการเดินทางไกล ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลหลากหลายขนาด ตั้งแต่ 2.0 – 3.0 ลิตร และยังเป็นโฉมแรกที่มี รุ่นเอ็กซ์ตร้าแค็บ (2 แถว 2 ประตู) ขายคู่กับ ซิงเกิลแค็บ (1 แถว 2 ประตู) ทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกต่อความเหมาะทั้งการใช้งานส่วนบุคคลและบรรทุกของมากขึ้น โฉมนี้เป็นที่รู้จักในไทยว่า Hilux Hercules ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น Hilux Hero ซึ่งในปี 2530 Toyota จัดตั้งโรงงานประกอบและผลิตเครื่องยนต์ในไทยร่วมกับสยามซีเมนต์ และผู้ถือหุ้นอื่น ๆ โดยมีการเปิดตัว Hilux Hero ใช้โครงสร้างหัวเก๋งเดิมแต่ปรับหน้ากระจังใหม่ ตอนนั้นมีพรีเซ็นเตอร์ในไทยคือ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ 5. รถ Hilux Gen 5 (1997–2005) - Toyota Hilux Mighty-X เจเนอเรชันที่ 5 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของรถกระบะ Hilux จากเดิมที่เน้นความทนทานและใช้งานหนักเพียงอย่างเดียว โฉมนี้เริ่มผสมผสานดีไซน์ทันสมัยเข้ากับสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือขึ้น ตอบโจทย์คนขับที่ต้องการความสะดวกสบายและความสวยงามในเวลาเดียวกัน โดยมีตัวเลือกหลากหลายทั้งแบบ ตอนเดียว, ตอนครึ่ง และ 4 ประตู สำหรับคนไทย Hilux เจเนอเรชันที่ 5 ถูกจดจำในชื่อ Toyota Hilux Mighty-X ซึ่งในประเทศไทยมีการจำหน่ายทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ แบบช่วงยาวตอนเดียว แบบตอนครึ่ง และแบบ 4 ประตู โดย รถกระบะ Hilux Mighty-X มีการปรับโฉมอยู่ทั้งหมด 4 รุ่น นั้นคือ รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2533–2534) หรือที่เรียกกันว่า รุ่นกระจกเล็ก หน้าแถบ 2 ชั้น จุดเด่นคือกระจังหน้าแถบสองชั้น พร้อมโลโก้ตัวอักษร TOYOTA ติดกลาง และกระจกมองข้างขนาดเล็ก ฝากระบะท้ายเปิดด้วยด้ามจับ 2 ข้าง เป็นรุ่นเริ่มต้นที่วางรากฐานให้ Hilux Mighty-X ในไทย รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2534–2537) หรือ รุ่นกระจกเล็ก หน้าแถบ 3 ห่วง มีการปรับกระจังหน้าใหม่เป็นชั้นเดียว ตรงกลางเปลี่ยนมาเป็นสัญลักษณ์สามห่วงของ Toyota ส่วนกระจกมองข้างยังคงเป็นขนาดเล็ก ฝากระบะท้ายยังเปิดด้วยด้ามจับ 2 ข้างเช่นเดิม รุ่นที่ 3 (พ.ศ. 2537–2539) หรือ รุ่นกระจกใหญ่ หน้าตัว T จุดเปลี่ยนสำคัญคือกระจังหน้ากลางเป็นรูปตัว T พร้อมสัญลักษณ์สามห่วง และเพิ่มกระจกมองข้างขนาดใหญ่ขึ้น ฝากระบะท้ายเปลี่ยนเป็นแบบเปิดด้วยมือเดียวคล้ายประตูรถ เว้นเพียงรุ่นตอนเดียวที่ยังใช้ด้ามจับสองข้าง รุ่นที่ 4 (พ.ศ. 2539–2541) หรือ รุ่นหน้าใหม่ โป่งข้าง ถือเป็นรุ่นสุดท้ายและการปรับโฉมใหญ่ครั้งสำคัญ กระจังหน้าเปลี่ยนเป็นแถบแนวนอน 4 ชั้น พร้อมไฟหน้าเต็มกรอบและไฟเลี้ยวใหม่ โป่งบังโคลนขยายทั้ง 4 ล้อ และกระจกมองข้างยังคงใหญ่เหมือนรุ่นที่ 3 ฝากระบะท้ายยังคงแบบเดียวกัน ทำให้ Hilux Mighty-X รุ่นนี้โดดเด่นทั้งด้านสมรรถนะและสไตล์ ราคารถกระบะมือสอง Toyota Hilux Mighty-X ราคาเท่าไหร่ รถกระบะมือสอง Toyota Hilux Mighty-x ราคาเริ่มต้นที่ 69,000 - 159,000 บาท 6. กระบะ Toyota Hilux Tiger Gen 6 (1997–2004) Toyota Hilux ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ด้วย Hilux Tiger ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติภาพลักษณ์ของกระบะจากความดุดันสำหรับงานหนักสู่กระบะที่ขับสบายและเหมาะกับการใช้งานในเมืองมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้คือ ดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัย โครงสร้างตัวถังถูกปรับให้มีสัดส่วนลงตัว ดูสปอร์ตแต่ยังคงความทนทานแบบกระบะดั้งเดิม รองรับการใช้งานแบบครอบครัวได้ดีขึ้น ด้านสมรรถนะ Hilux Tiger เปิดตัวด้วย รุ่น Tiger D4D ซึ่งเป็นเครื่องดีเซลหัวฉีดตรงรุ่นแรกของ Toyota (Direct Injection Diesel) ทำให้เครื่องยนต์มีแรงบิดสูง ประหยัดน้ำมัน และตอบสนองได้ดีกว่ารุ่นเดิม ช่วงล่างยังได้รับการปรับปรุงด้วย Double Wishbone ที่ด้านหน้า ให้ความนุ่มนวลและเกาะถนนดีขึ้น ทำให้ผู้ขับรู้สึกได้ถึงความแตกต่างระหว่างการขับกระบะแบบเก่าและ Hilux Tiger ที่ขับเหมือนรถเก๋ง นอกจากนี้ Hilux Tiger ยังเริ่มเจาะกลุ่มผู้ใช้ในเมืองและครอบครัวมากขึ้น ด้วยตัวเลือกทั้ง ตอนเดียว, ตอนครึ่ง และ 4 ประตู พร้อมออปชันเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเบาะหนังปรับระดับ, เครื่องเสียงที่ทันสมัย, และระบบปรับอากาศที่ตอบโจทย์ทุกฤดูกาล ราคารถกระบะมือสอง Toyota Hilux Tiger ราคาเท่าไหร่ รถกระบะมือสอง Toyota Hilux Tiger ราคาเริ่มต้นที่ 85,000 - 159,000 บาท 7. รถกระบะ Toyota Hilux Vigo Gen 7 (2005–2015) หลังจาก Hilux Tiger ยังมีรองกระบะของหลาย ๆ ค่าย Toyota ได้พลิกโฉมกระบะอีกครั้งด้วย Hilux Vigo หรือที่หลายคนเรียกว่า “กระบะแกร่งพันธุ์แกร่ง” ซึ่งถือเป็นการยกระดับ Hilux ให้กลายเป็นกระบะที่ทั้ง ทนและดูดีในทุกมิติ ซึ่งถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและพรีเมียมมากขึ้น ทำให้ Vigo กลายเป็นต้นแบบการออกแบบสำหรับรถรุ่นต่อ ๆ มา เช่น Toyota Innova และ Toyota Fortuner ด้านเครื่องยนต์ Hilux Vigo มาพร้อมทั้ง ดีเซลคอมมอนเรล 2.5L และ 3.0L ที่ตอบโจทย์การบรรทุกและการลากจูง พร้อมแรงบิดสูงที่ทำให้ขับง่ายทั้งในทางเรียบและทางขรุขระ ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ ให้ความสะดวกสบายเหมือนรถเก๋ง พวงมาลัยและเบรกปรับน้ำหนักเหมาะสม ทำให้การขับกระบะไม่เหนื่อยเหมือนในอดีต ตลอดอายุตลาดของรถกระบะ Vigo มีการปรับโฉมและพัฒนาต่อเนื่อง ตั้งแต่เพิ่มสีใหม่ รุ่นย่อยพิเศษ ปรับเครื่องยนต์ดีเซลให้แรงขึ้น รวมถึงการเปิดตัว Hilux Vigo Champ พร้อมเทคโนโลยี Diamond Tech, ระบบช่วงล่าง DTS, Eco Navi และระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น เข็มขัดนิรภัย ELR และถุงลมนิรภัยคู่หน้า Hilux Vigo เป็นรุ่นแรกที่ทำให้กระบะ Toyota กลายเป็น รถที่คนทั่วไปอยากใช้ทั้งขับในเมืองและลุยงานหนัก และยังสร้างปรากฏการณ์ตลาดรถกระบะมือสองที่มีราคาดีจนถึงปัจจุบัน ราคารถกระบะมือสอง Toyota Hilux Vigo ราคาเท่าไหร่ Hilux Vigo Champ Double Cab (ปี 11-15) ราคาเริ่มต้น 165,000 - 529,000 บาท Hilux Vigo Champ Extra Cab (ปี 11-15) ราคาเริ่มต้น 140,000 - 229,000 บาท Hilux Vigo Champ Single Cab (ปี 11-15) ราคาเริ่มต้น 149,000 - 299,000 บาท Hilux Vigo Champ Smart Cab (ปี 11-15) ราคาเริ่มต้น 128,000 - 439,000 บาท Hilux Vigo Double Cab (ปี 04-08) ราคาเริ่มต้น 115,000 - 325,000 บาท Hilux Vigo Double Cab (ปี 08-11) ราคาเริ่มต้น 168,000 - 368,000 บาท Hilux Vigo Extra Cab (ปี 04-08) ราคาเริ่มต้น 148,000 - 359,000 บาท Hilux Vigo Extra Cab (ปี 08-11) ราคาเริ่มต้น 179,000 - 285,000 บาท Hilux Vigo Single Cab (ปี 04-08) ราคาเริ่มต้น 99,000 - 198,000 บาท Hilux Vigo Single Cab (ปี 08-11) ราคาเริ่มต้น 129,000 - 225,000 บาท Hilux Vigo Smart Cab (ปี 08-11) ราคาเริ่มต้น 130,000 - 395,000 บาท 8. รถ Toyota Hilux Revo Gen 8 (2015–2025) รถกระบะ Toyota Hilux Revo เผยโฉมครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 และเริ่มจำหน่ายทันทีในวันที่ 22 พฤษภาคม โดยมีการถ่ายทอดสดเปิดตัวผ่านฟรีทีวีและจัดงานเปิดตัวพร้อมกันใน 4 ภาคของไทย โฉมนี้ใช้ชื่อรุ่น Revo และถือเป็นการยกระดับ Hilux สู่กระบะยุคใหม่ทั้งด้านดีไซน์ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยี ตั้งแต่เปิดตัว Hilux Revo ได้มีการปรับปรุงต่อเนื่องหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่ รุ่น TRD Sportivo ในปี 2559 พร้อมชุดแต่งรอบคันและช่วงล่าง DCS, การอัปเกรดไฟหน้าโปรเจกเตอร์ LED, ระบบไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในรุ่นต่าง ๆ ในปี 2560–2563 Revo มีการปรับโฉม Minorchange Revo เพิ่มรุ่น Rocco เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร พร้อมระบบ Toyota Safety Sense ครบครัน เช่น ระบบเบรกอัตโนมัติ Pre-Collision, Lane Keeping Assist และ Dynamic Radar Cruise Control รวมถึงจูนเครื่องยนต์ให้แรงขึ้น และปรับดีไซน์ไฟหน้า Bi-Beam LED, กระจังหน้า, ล้ออัลลอย และไฟท้ายใหม่ ต่อมา Hilux Revo ยังมีรุ่นพิเศษ GR Sport และ ฉลอง 60 ปี Toyota ประเทศไทย มาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษ ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ ระบบ T-Connect Telematics และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเต็มรูปแบบ ล่าสุดในปี 2024 Revo รุ่น Z Edition และ GR Sport 4x4 Widebody ปรับดีไซน์ใหม่ทั้งด้านหน้าและหลัง พร้อมอัปเกรดเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 VN Turbo เป็น 224 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร ระบบช่วงล่าง, โครงสร้างตัวถัง, ล้อ-ยาง และระบบความปลอดภัยถูกปรับปรุงให้แข็งแรงและทันสมัยขึ้น พร้อมหน้าจอเครื่องเสียง 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto แบบไร้สาย และระบบชาร์จไร้สาย Wireless Charger ราคารถกระบะมือสอง Toyota Hilux Revo ราคาเท่าไหร่ Hilux Revo Double Cab ราคาเริ่มต้น 289,000 - 1,059,000 บาท Hilux Revo Single Cab ราคาเริ่มต้น 179,000 - 670,000 บาท Hilux Revo Smart Cab ราคาเริ่มต้น 258,000 - 882,000 บาท Hilux Revo Rocco ราคาเริ่มต้น 409,000 - 1,199,000 บาท Hilux Revo Z Edition ราคาเริ่มต้น 289,000 - 726,000 บาท Hilux Revo GR Sport ราคาเริ่มต้น 549,000 - 1,600,000 บาท 9. Toyota Hilux Travo Gen 9 (ใหม่ล่าสุด) Toyota Hilux Travo ยังคงสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม IMV แบบเดียวกับ Hilux Revo และ Hilux Champ ที่ใช้มาตั้งแต่ยุค Vigo แต่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้เป็น กระบะที่ใช้งานได้หลากหลายและน่าใช้มากขึ้น สำหรับตลาดรถกระบะขนาดน้ำหนักไม่เกิน 1 ตัน จากการสำรวจความต้องการของลูกค้าชาวไทย พบว่ากระบะไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะสำหรับบรรทุกของอีกต่อไป แต่ยังถูกใช้งานในชีวิตประจำวัน การพัฒนา Hilux Travo จึงมุ่งเน้นให้เป็น กระบะที่ขับเหมือนรถยนต์นั่ง มอบความสะดวกสบายและสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น ทั้งด้านดีไซน์และเทคโนโลยี งานออกแบบภายนอกของ Hilux Travo ใหม่ทั้งหมด ภายใต้แนวคิด “Cyber Sumo” จากทีม Toyota Australia เริ่มตั้งแต่ด้านหน้า ด้วยกันชนหน้าที่ดุดัน กระจังหน้าแบบช่องตะแกรงหกเหลี่ยม ไฟหน้าเรียวแบน และไฟตัดหมอกตำแหน่งล่างสุด พร้อมชิ้นกันกระแทกแนวล่าง ฝากระโปรงออกแบบให้แบนราบตรงกลางและมีขยักด้านข้าง เพื่อลดแรงกระแทกต่อผู้คน กรอบด้านหน้าประทับชื่อแบรนด์ “T O Y O T A” แทนโลโก้สามห่วงแบบดั้งเดิม ราคาเปิดตัว Toyota Hilux Travo ราคาเท่าไหร่ Hilux Travo Prerunner 2.8 Overland 6AT เริ่มต้น 1,102,000 บาท Hilux Travo Prerunner 2.8 Overland Plus 6AT เริ่มต้น 1,176,000 บาท Hilux Travo 2.8 Overland 6AT 4TREX (4×4) เริ่มต้น 1,292,000 บาท Hilux Travo 2.8 Overland Plus 6AT 4TREX (4×4) เริ่มต้น 1,366,000 บาท ทำไม Toyota Hilux จึงได้รับความนิยมตลอดกาลในประเทศไทย Toyota Hilux ไม่ว่าจะมือหนึ่ง มือสอง เจนไหนก็ตามนั้นได้รับความนิยมในตลาดรถประเทศไทยอยู่ตลอด เพราะเป็นรถกระบะที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ใช้งานหนักแค่ไหนก็ยังไว้ใจได้ ไม่ว่าจะลุยทางไกล ทางดิน ฝนตก หรือน้ำท่วม ผู้ใช้จึงเชื่อถือได้ในทุกสถานการณ์ อีกทั้งค่าดูแลรักษาต่ำ อะไหล่หาง่าย และอู่ทั่วไปก็ซ่อมได้ และ Toyota ก็มีศูนย์บริการอยู่ทั่วประเทศที่เข้าถึงได้ง่ายมาก ๆ ทำให้การใช้ Hilux ไม่ยุ่งยากทั้งเรื่องซ่อมเรื่องศูนย์และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวมาก ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ Hilux ยังมีราคาขายต่อดีมากราคาแข็งกว่ารถกระบะแบรนด์คู่แข่ง จึงไม่แปลกที่ Hilux จะมีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง ทันสมัย และใช้งานได้รอบด้าน ทั้งงานบรรทุกและใช้ในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ Toyota Hilux ยังคงเป็นรถกระบะที่อยู่ในใจคนไทยเสมอมา โหลดหรือยัง? แอป one2car - NEXT GEN! CAR APP Smart Search: หารถง่าย ฟังก์ชันครบ ข้อมูลชัด! Qualified Car: รถคุณภาพ ตรวจสภาพแล้ว พร้อมรายงานรถ Most Trusted Seller: คัดผู้ขายให้แล้ว ไม่ต้องกลัวมิจฉาชีพ Hot Deals: พบกับ Big Sale ลดแรงทุกเดือน! My Garage: ระบบผู้จัดการส่วนตัวให้รถคุณ ทุกเรื่องรถ จบในที่เดียว Car Tax Renewal: ต่อภาษีรถยนต์สะดวกกว่าที่เคย ไม่ต้องกลัวลืม Car Price: อยากขายรถแต่ไม่รู้ราคา เช็กเลย! รู้ผลใน 1 นาที ต้องการขายก็ทำได้เลย Car Financing: สินเชื่อรถมือสอง จัดไฟแนนซ์ง่ายกับ Partner ของเรา พร้อมข้อเสนอพิเศษ Car Insurance: เปรียบเทียบเบี้ย ต่อประกันรถยนต์ พร้อมดีลสุดพิเศษจากบริษัทชั้นนำ Extended Warranty: ประกันอะไหล่รถ หมดห่วงเรื่องอะไหล่รถมือสอง one2car Story: คลิปรีวิวรถจากคนขาย คอนเทนต์เกี่ยวกับยานยนต์ Apple Store : https://bit.ly/o2c_apple_store Google Play Store : https://bit.ly/o2c_Google_Play_Store ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง one2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com ✕ ใช้การติดต่อผ่านไลน์ เราปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณตาม PDPA ฉันยอมรับ ข้อกำหนดการใช้งาน และ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของ One2car.com ฉันยินยอมให้ One2car.com และผู้ขายรายการประกาศติดต่อทางไลน์ ตรวจสอบข้อเสนอรถที่ดีที่สุด! Prev Next ข้อเสนอพิเศษ - โทรในขณะนี้! วัน ชม ราคาเฉลี่ย ทำไมไม่มีราคาที่ระบุไว้? ติดต่อโชว์รูมโดยตรงจะได้ราคาที่พิเศษที่สุด I ทำไมไม่มีราคาที่ระบุไว้? ติดต่อโชว์รูมโดยตรงจะได้ราคาที่พิเศษที่สุด แท็กที่เกี่ยวข้อง รถกระบะมือสอง รถกระบะสี่ประตู รถกระบะ รถกระบะเกียร์ออโต้ รถปิคอัพ รถปิคอัพมือสอง Toyota Hilux กระบะ Hilux Toyota Hilux Tiger Gen Toyota Hilux Vigo Toyota Hilux REVO
ข้อเสนอพิเศษ - โทรในขณะนี้! วัน ชม ราคาเฉลี่ย ทำไมไม่มีราคาที่ระบุไว้? ติดต่อโชว์รูมโดยตรงจะได้ราคาที่พิเศษที่สุด I ทำไมไม่มีราคาที่ระบุไว้? ติดต่อโชว์รูมโดยตรงจะได้ราคาที่พิเศษที่สุด
จองทะเบียนรถต่างจังหวัด ได้ไหม ทำอย่างไร? รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ เรื่องเด่น Potsavee Tantichotphiruk | 6 วันที่ผ่านมา สำหรับคนที่กำลังออกรถใหม่ป้ายแดง หรือซื้อรถมือสอง และต้องการล็อกเลขทะเบียนที่ต้องการ หลายคนอาจสงสัยว่า ...
ฤกษ์ออกรถ กรกฎาคม 2569 เคาะวันดี เวลาเริ่ด! ล้อหมุนแล้วปัง เรื่องเด่น Chuenkamon Phasuk | 6 วันที่ผ่านมา ออกรถใหม่ทั้งที ต้องเริ่มด้วยความเฮง! one2car มัดรวมฤกษ์ดีประจำเดือนกรกฎาคม 2569 มาให้แล้ว ไม่ว่าจะรถป้ายแดง รถมือสอง หรือมอเตอร์ไซค์ ...
รีวิว Mercedes-Benz SLK มือสอง สปอร์ตโรดสเตอร์ มีเงิน 6 แสน ก็ซื้อได้ ลองขับ Pakkawat Unchalee | 6 วันที่ผ่านมา รีวิว Mercedes-Benz SLK มือสอง สปอร์ตโรดสเตอร์ มีเงิน 6 แสนก็ซื้อได้ ความฝันชายไทยมีรถสปอร์ตโรดสเตอร์ไว้ขับหล่อๆ โอกาสอยู่แค่เอื้อม! Mercedes-Benz ...
ซื้อรถมือสองที่ one2car รับส่วนลดเพิ่ม 5% ที่ B-Quik ทุกสาขา ข่าววงการรถยนต์ Chuenkamon Phasuk | 6 วันที่ผ่านมา ซื้อรถที่ one2car → B-Member รับส่วนลดดูแลรถเพิ่มอีก 5% คุ้มต่อไม่รอแล้วนะ one2car x B-Quik สานต่อโปรสุดปังเฟส 2 ...