เจ้าของรถต้องรู้! ระดับความเร็วปรับใหม่ที่กฎหมายกำหนด

เรื่องเด่น

เจ้าของรถต้องรู้! ระดับความเร็วปรับใหม่ที่กฎหมายกำหนด

ผู้ขับรถยนต์บนท้องถนนต้องมีความเข้าใจถึงกฎหมายการกำหนดความเร็วทั้งบนเส้นทางหลวง และถนนหนทางในเมืองว่า มีการกำหนดไว้อย่างไร เพื่อให้ไม่ต้องโดนใบสั่ง ซึ่งล่าสุดช่วงปลายปี 2563 ได้มีการกำหนดความเร็วไว้หลากหลายประเภท เพื่อให้ขับขี่ตามกฎจราจร ซึ่งจะมีอะไรบ้างที่มีการปรับเปลี่ยน วันนี้ rabbit finance มีข้อมูลดี ๆ มาเสริฟให้ถึงที่แล้ว 

รถยนต์ – รถจักรยานยนต์ กำหนดความเร็วใหม่เท่าไร

สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม กระทรวงคมนาคม ร่างกฎหมายใหม่ได้กำหนดอัตราความเร็วการขับรถยนต์ไว้ ทางเดินรถแบบจัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่ 2 ช่องเดินรถ มีเกาะกลางถนนเฉพาะแบบกำแพงกั้นและไม่มีจุดกลับรถเสมอระดับถนน ในทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท ได้กำหนดให้ใช้ความเร็วไม่เกินตามประเภทของรถ ได้แก่

  • รถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกิน 2,200 กิโลกรัม รถบรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 
  • รถบรรถทุกคนโดยสารเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 15 คน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 
  • รถจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถจักรยานยนต์กำหนดอัตราความเร็วใหม่ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 
  • รถจักรยานยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่ 400 ลูกบาศก์เซนติเมตรขึ้นไปให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 
  • รถโรงเรียนหรือรถรับส่งนักเรียน ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 
  • ส่วนรถยนต์อื่นที่ไม่อยู่ในข่ายข้างต้นให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากเดิม 90 กม./ชม. ส่วนเลนขวาห้ามต่ำกว่า 100 กม./ชม.

อัตราค่าปรับจราจรใหม่ 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการกำหนดอัตราค่าปรับตามความผิดตามพรบ. จราจรทางบกใหม่ขึ้นมา และจะบังคับใช้ต่อไปในปี 2564 มีตั้งแต่ 200 – 1,000 บาท ไม่ว่าจะขับรถเร็ว หรือผิดกฎจราจรต่าง ๆ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 

  • ไม่พกใบขับขี่ หรือ ไม่แสดงใบขับขี่ โดนค่าปรับ 200 บาท
  • นำรถยนต์ที่เครื่องยนต์ก่อให้เกิดก๊าซ ฝุ่นควันดำ ละอองเคมี เกินเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนดมาใช้ในทาง เดินรถปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  • ฝ่าฝืนเครื่องหมายหรือสัญญาณไฟจราจร โดนค่าปรับ 500 บาท
  • ขับขี่บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันควร โดนค่าปรับ 500 บาท
  • ขับเร็วเกินอัตรากำหนดปรับ 500 บาท
  • ขับขี่มอไซค์ไม่สวมหมวกคนขับไม่ใส่ ค่าปรับ 400 บาท คนซ้อนไม่ใส่ ค่าปรับ 800 
  • ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย มิให้ใช้บังคับแก่ภิกษุสามเณร นักพรต นักบวช ผู้ นับถือลัทธิศาสนาที่ใช้ผ้าโพกศรีษะตามประเพณีนิยมอัตราโทษปรับ 400 บาท
  • ขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจรจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับตั้งแต่ 2,000 -10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจรปรับ 400 -1,000 บาท
  • ขับรถแซงขึ้นหน้ารถอื่นทางด้านซ้ายมือโดยไม่มีเหตุอันสมควรปรับ 400-1,000 บาท
  • ขับรถแซงขึ้นหน้ารถอื่นขณะขึ้นทางชัน ขึ้นสะพาน หรืออยู่ในทางโค้ง ซึ่งไม่มีเครื่องหมาย จราจรให้แซงได้ปรับ 400-1,000 บาท
  • ขับรถไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจร หรือเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้ปรับ 500 บาท
  • ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดงปรับ 500 บาท
  • นำรถที่ไม่มั่นคงแข็งแรงอาจเกิดอันตรายหรือทำให้เสื่อมเสีย สุขภาพอนามัย มาใช้ในทางเดินรถปรับ 500 บาท
  • นำรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทางเดินรถปรับ 1,000 บาท
  • นำรถที่เครื่องยนต์ก่อให้เกิดเสียงเกินเกณฑ์ที่กำหนดมาใช้ ในทางเดินรถปรับ 1,000 บาท
  • ขับรถในทางไม่เปิดไฟ หรือใช้แสงสว่างในเวลาที่มีแสง สว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถหรือสิ่งกีดขวาง ในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะ 150 เมตร อัตราโทษปรับ 1,000 บาท
  • ขับรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่ผู้อื่น ปรับสูงสุด 10,000 บาท โทษจำคุกสูงสุด 3 เดือน
     

  • ใช้สัญญาณไฟวับวาบผิดจากที่กำหนดปรับ 500 บาท
  • ขับรถบรรทุกของยื่นเกินความยาวของตัวรถในทางเดิน รถไม่ติดธงสีแดง ไว้ตอนปลายสุดให้มองเห็นได้ภายในระยะ 150 เมตร ปรับ 1,000 บาท
  • ไม่ยอมให้รถในทางร่วมทางแยกนั้นผ่านไปก่อน เมื่อขับรถถึงทางร่วมทาง แยกทีหลังปรับ 500 บาท
  • ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น แล้วไม่หยุดช่วยเหลือ แสดงตัว และแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันทีจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับตั้งแต่ 2,000 -10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ขับรถแท็กซี่ปฏิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร (เว้นแต่ กรณีจะเกิดอันตรายแก่ตน หรือแก่คนโดยสาร) ปรับ 1,000 บาท
  • ขับรถตามหลังรถฉุกเฉินซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ในระยะไม่ถึง 50 เมตรปรับ 1,000 บาท
  • กระทำด้วยประการใด ๆ บนทางอันเป็นการกีดขวางของการจราจรปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  • ฝ่าฝืนคำสั่งข้อบังคับหรือระเบียบของเจ้าพนักงานจราจรซึ่งสั่งหรือประกาศ ห้าม หยุดหรือ จอดปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  • ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิด หรือ วัตถุอันตรายไม่จัดให้มีป้ายแสดงถึงวัตถุ ที่บรรทุกจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ขับรถไม่จัดให้มีสิ่งป้องกันมิให้คน สัตว์ หรือสิ่งของที่บรรทุก ตกหล่น รั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสง สะท้อน หรือปลิวไปจาก รถอันอาจก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ ทำให้ทางสกปรกเปรอะเปื้อน ทำให้ เสื่อมเสียสุขภาพ อนามัยแก่ประชาชนหรือก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินปรับ 500 บาท
  • ไม่หยุดรถหลังเส้น ให้รถหยุดเมื่อมีสัญญาณไฟแดงปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  • ขับรถไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ปรากฏด้วยมือปรับ 1,000 บาท
  • ไม่หยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด หรือหยุดรถห่างจากพนักงานเจ้าหน้าที่น้อยกว่าสามเมตรปรับ 1,000 บาท
  • ทำให้ปรากฏซึ่งสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรที่กำหนดในทางเดินรถโดยไม่มีอำนาจจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ไม่ขับรถที่มีความเร็วช้าให้ใกล้ขอบทางด้านซ้ายในทางเดินรถที่มีสวนกันได้ปรับ 200-500 บาท
  • ไม่ขับรถบรรทุก รถบรรทุกคนโดยสารรถจักรยานยนต์ที่มีความเร็วช้าในช่องเดินรถซ้ายสุด ในทางเดินรถที่แบ่งช่องเดินรถไว้ตั้งแต่สองช่องขึ้นไป ปรับ 400-1,000 บาท
  • เลี้ยวรถหรือเปลี่ยนช่องเดินรถโดยไม่ให้สัญญาณปรับ 400-1,000 บาท
  • ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท
  • ขับรถแซงขึ้นหน้ารถอื่นภายในระยะ 30 เมตร ก่อนถึงทางแยกปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท
  • ขับรถออกจากที่จอดเมื่อมีรถจอดหรือสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้าโดยไม่ให้สัญญาณมือหรือแขนหรือสัญญาณไฟปรับไม่เกิน 1,000 บาท

  • กลับรถในทางเดินรถกีดขวางการจราจรปรับตั้งแต่ 200-500 บาท
  • กลับรถในระยะ 100 เมตร จากเชิงสะพานปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท
  • กลับรถที่ทางร่วมทางแยก (เว้นแต่จะมีเครื่องหมายจราจรให้กลับรถได้)ปรับ 400-1,000 บาท
  • หยุดรถหรือจอดรถในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรที่อธิบดีกำหนดในทางเดินรถโดยไม่มีอำนาจปรับ 500 บาท
  • ไม่จอดรถทางด้านซ้ายของทางเดินรถปรับ 500 บาท
  • จอดรถไม่ขนานชิดกับขอบทางหรือไหล่ทางในระยะห่างเกินกว่า 25 เซนติเมตรปรับ 500 บาท
  • หยุดรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุผลสมควรปรับ 500 บาท
  • หยุดรถตรงปากทางเข้าออกของอาคาร หรือทางเดินรถ โดยไม่มีเหตุผลสมควรปรับ 500 บาท
  • จอดรถบนทางเท้าปรับไม่เกิน 500 บาท
  • จอดรถบนสะพานหรือในอุโมงค์ปรับไม่เกิน 500 บาท
  • จอดรถในทางร่วมทางแยก หรือภายในระยะ 10 เมตร จากทางร่วมทางแยกปรับ 500 บาท
  • จอดรถในเขตที่มีเครื่องหมายห้ามจอดปรับ 500 บาท
  • จอดรถภายในระยะ 15 เมตร ก่อนถึงเครื่องหมายหยุดรถประจำทางและเลยเครื่องหมายไปอีก 3 เมตรปรับ 500 บาท
  • จอดรถในลักษณะกีดขวางการจราจรปรับ 500 บาท
  • ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเครื่องมือบังคับ รถ มิให้เคลื่อนย้ายจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือ ปรับไม่เกิน 5,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • จอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทางโดยไม่เปิดไฟ หรือใช้แสงสว่างเพียงพอ ที่จะเห็นรถที่จอด นั้นได้ชัดแจ้งในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตรปรับตั้งแต่ 200 – 500 บาท

ถ้าโดนใบสั่งและไม่เสียค่าปรับโดนหมายจับย้อนหลัง 1 ปี

โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้

1. เจ้าพนักงานจราจรออกใบสั่งให้กับผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ปี 2522 ทั้งแบบความผิดซึ่งหน้าและความผิดที่ตรวจจับด้วยกล้องตรวจจับการกระทำความผิด ระยะเวลาเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 

 

2. กรณีผู้กระทำความผิดไม่มาชำระค่าปรับ เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบสั่งแต่ละประเภท เจ้าพนักงานจราจรจะออกหนังสือแจ้งการไม่ปฏิบัติตามใบสั่ง (ใบเตือน) โดยจัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับภายใน 15 วัน นับแต่วันครบกำหนดชำระค่าปรับในใบสั่ง โดยให้ถือว่าเจ้าของ หรือผู้ครอบครองได้รับแจ้งเมื่อพ้นกำหนด 15 วัน นับแต่วันส่ง และต้องชำระค่าปรับภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ซึ่งในขั้นตอนที่ 1. และ 2. ผู้กระทำความผิดสามารถเลือกชำระค่าปรับ ได้ที่สถานีตำรวจ ทุกสถานีทั่วประเทศ, ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารกรุงไทย, เค้าเตอร์เซอร์วิสที่มีสัญลักษณ์ PTM และทางไปรษณีย์ 

 

3. กรณีพ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบเตือน และผู้กระทำความผิดยังไม่มาชำระค่าปรับ นอกจากการส่งข้อมูลไปยังกรมการขนส่งทางบกเพื่อดำเนินการตามมาตรการงดออกเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปีแล้ว พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกผู้ต้องหา เพื่อให้มาชำระค่าปรับ หากไม่มาพบตามหมายเรียกทั้ง 2 ครั้ง พนักงานสอบสวนจะยื่นคำร้องขออนุมัติศาลในเขตพื้นที่ เพื่อออกหมายจับ 

 

4. กรณีถูกออกหมายเรียก หรือหมายจับ ผู้ต้องหาจะถูกแจ้งข้อกล่าวหา ตามข้อหาที่ผู้ต้องหากระทำผิดตามใบสั่ง และความผิดข้อหาตามมาตรา 155 “ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม ม.141 (ชำระค่าปรับในเวลาที่กำหนดในใบสั่ง) โดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งในขั้ตอนนี้ผู้ต้องหาต้องเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง ณ สถานีตำรวจที่ออกหมายเรียก หรือหมายจับ ไม่สามารถชำระผ่านช่องทางต่างๆ ตามข้อ 2. ได้ 

 

5. ผลของการถูกออกหมายจับในคดีอาญา เมื่อถูกออกหมายจับแล้ว จะถูกบันทึกในระบบ ฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวบุคคลที่มีหมายจับได้ทั่วราชอาณาจักร โดยใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมฐานข้อมูล หากบุคคลที่มีหมายจับเดินทางออกนอกประเทศจะถูกจับ และเกิดความยากลำบากในเรื่องการเดินทาง ถูกบันทึกในทะเบียนประวัติซึ่งอาจส่งผลต่อการประกอบอาชีพการทำงาน กรณีที่หน่วยงานสอบถามประวัติคดีอาญาว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับ เกิดความยากลำบากและความน่าเชื่อถือในการทำนิติกรรม 

 

6. กรณีผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนตามหมายจับด้วยตนเอง หรือถูกจับกุม และยินยอมเปรียบเทียบปรับให้คดีอาญาเลิกกัน พนักงานสอบสวนจะยกเลิกหมายจับ และลบประวัติออกจากระบบ

ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยว่ามีใบสั่งค้างชำระหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ผ่านช่องทางใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน https://ptm.police.go.th/eTicket/#/ . หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทาง Facebook และ Twitter 1197

 

 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และย้อนหลัง 1 ปี สำหรับใบสั่งที่ยังไม่หมดอายุความ ซึ่งจะหมดอายุความใน 1 ปี มีระบบตรวจสอบโดยเน้นผู้ที่กระทำผิดซ้ำๆ ส่วนใบสั่งที่หมดอายุความเกิน 1 ปีนับย้อนหลังจากนี้ ไม่มีผลแต่อย่างใด

การขับขี่รถยนต์บนท้องถนนอย่างระมัดระวังจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้ นอกจากนี้แล้วการทำประกันรถยนต์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในยามขับขี่รถยนต์ได้เช่นกัน สนใจทำประกันรถยนต์ได้ที่ rabbit finance ช่องทางออนไลน์ที่มีประกันรถยนต์ให้คุณได้เปรียบเทียบราคาที่ตรงใจที่สุด 

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car



Tadsaneeya

Tadsaneeya

นักข่าววงการยานยนต์ สั่งสมประสบการณ์มากว่า 20 ปี ก้าวทันทุกเจเนอเรชั่นของรถยนต์ จนเข้าสู่ยุคระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ตั้งใจมอบข่าวสาร ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว ส่งผ่านให้ผู้อ่านได้รับทราบ


ข่าวฟีเจอร์

Ford Everest ก่อนรุ่น Next Gen ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท

Ford Everest ก่อนรุ่น Next Gen ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท

เรื่องเด่น
Ford Everest Ford Everest 2018ฟอร์ด เอเวอร์เรส รุ่นปี 2018 โดดเด่นด้วยราคาทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจมากขึ้น ถ้ามองกันในตลาดด้วยราคาสามารถเบียดกับกลุ่ม ...
วิธีคำนวณค่างวดรถมือสอง 2565

วิธีคำนวณค่างวดรถมือสอง 2565

เรื่องเด่น
วิธีคำนวณค่างวดรถมือสอง 2565หากเราสามารถคำนวณค่างวดรถมือสองด้วยตัวเองได้ ถือเป็นการเตรียมตัว และช่วยในการวางแผนด้านการเงินของเราไปในตัว ...
อัพเดทปี 2022 สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยที่ไหนถูกสุด

อัพเดทปี 2022 สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยที่ไหนถูกสุด

เรื่องเด่น
สินเชื่อรถมือสอง ที่โดนใจสุด ๆ 1.ธนาคารกสิกรไทยสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้วธนาคารกสิกรไทยให้วงเงินสินเชื่อสงูสุด 100% ของประเมิน -ระยะเวลาผ่อนชำระสงูสุด 72 ...

เเสดงความคิดเห็น