อายุการใช้งานยางรถยนต์

เรื่องเด่น

อายุการใช้งานยางรถยนต์

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าการใช้งานยางรถยนต์เริ่มที่จะต้องเปลี่ยนได้แล้ว มีข้อสังเกตอะไรบ้าง ขั้นแรกเราต้องรู้ข้อมูลอายุยาง รวมถึงสเปคของยาง ไมว่าจะเป็นขนาดวงล้อ หน้ากว้างเท่าไหร่ เป็นข้อมูลเก็บไว้ เพื่อสะดวกในการเปลี่ยนครั้งต่อไป

อายุการใช้งานยางรถยนต์

ตัวเลขบนหน้ายาง ที่เราสังเกตเห็นบนหน้ายาง จะมีอยู่หลายชุด ซึ่งแต่ละชุดจะเป็นตัวเลขที่บอกข้อมูลให้เจ้าของรถเพื่อเป็นข้อสังเกต อายุยาง ว่าเมื่อไหร่ควรเปลี่ยนยาง อีกทั้งยังมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

ชุดแรกจะเป็นตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนยางที่บอกถึงอายุของยางรถยนต์ สามารถดูได้ที่ตัวเลขสี่หลักที่ประทับบนแก้มยาง โดยเลขสองตัวแรกบ่งบอกสัปดาห์ที่ผลิต ขณะที่ตัวเลขสองตัวหลังบอกปีทีผลิต

ถ้าดูจากภาพจะเห็นว่ายางเส้นนี้ผลิตในสัปดาห์ที่ 12 ปี ค.ศ. 2018 การเลือกใช้ยางหลายคนอาจะได้ข้อมูลมาว่าต้องเป็นยางที่เพิ่งผลิตออกมาใหม่ๆ จะดีที่สุด ซึ่งในทางเทคนิคยางที่ดีจะต้องใช้เวลาในการคงตัว (เซตตัว) โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือน เพื่อความแข็งแรงในการใช้งาน แต่ผลจากการทดสอบคุณภาพยางจากได้ผลออกมาว่า ยางที่เพิ่งผลิตกับยางที่ผลิตไปแล้ว 1 – 2 ปี คุณภาพไม่แตกต่างกัน ขณะที่อายุใช้งานสูงสุดของยางไม่ควรเกิน 4 – 5 ปี (นับตั้งแต่เริ่มใช้งาน)

ตัวเลขอีกหนึ่งชุดคือตัวเลขที่บอกถึง สัญลักษณ์ความเร็ว, ดัชนีน้ำหนักบรรทุกสูงสุด, เส้นผ่าศูนย์กลางของล้อกระทะ, ยางมีโครงสร้างแบบเรเดียล, ความสูงของแก้มยาง (คิดเป็น % ของหน้ายาง), ความกว้างหน้ายาง (มิลลิเมตร)

เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนยางรถยนต์

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางรถยนต์กันแล้ว มีสัญญาณอะไรบอกบ้าง Autospinn นำเสนอเคล็ดลับ 5 ข้อให้ผู้ขับขี่ได้ตรวจสอบสภาพยางอย่างรวดเร็ว สามารถทำได้อย่างง่าย ๆ

1. ดูที่ตัวบอกสภาพดอกยาง

ยางรถยนต์ส่วนใหญ่มีตัวบอกสภาพดอกยางอยู่บริเวณหน้ายาง ถ้าตัวบอกสภาพดังกล่าวมีความหนาในระดับเดียวกับดอกยาง นั่นหมายความว่าถึงเวลาที่คุณต้องเปลี่ยนยางแล้วเพื่อความปลอดภัย ถ้ายางที่คุณใช้ไม่มีตัวบอกสภาพดอกยาง

อีกหนึ่งเคล็ดลับคือการใช้ไม้ขีดไฟทิ่มลงไปในร่องยาง ถ้าคุณเห็นหัวไม้ขีดสีแดง หมายถึงดอกยางเหลือน้อยเกินไปที่จะใช้งานได้ต่อไป ควรเปลี่ยนยาง 

2. แก้มยางแตกหรือแยกส่วน

ถึงแม้ว่าแก้มยางจะไม่ใช่ส่วนที่สัมผัสพื้นถนนโดยตรงเหมือนหน้ายาง แต่ถ้าแก้มยางมีรอยแตกอาจนำไปสู่ยางระเบิดหรือแตกขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงได้

3. ยางบวม

ยางบวมเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่อันตรายอย่างมาก การบวมของยางส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณแก้มยาง สาเหตุหลักมาจากการขับตกหลุมหรือเสียดสีอย่างรุนแรง รวมถึงข้อบกพร่องในกระบวนการผลิตซึ่งทำให้โครงสร้างยางไม่แข็งแรงในจุดที่เกิดการบวม

4. ตำแหน่งรั่วของยาง

เมื่อยางเกิดรั่ว หลายคนนิยมใช้วิธีปะยางแทนการเปลี่ยนยางทั้งเส้น เพราะประหยัดสตางค์ได้มากกว่า แต่ควรตระหนักว่าการปะยางควรทำในบริเวณที่รอยรั่วมีขนาดไม่เกิน 1 ใน 4 นิ้วและเกิดขึ้นบริเวณหน้ายางเท่านั้น (ตามภาพ) การปะยางไม่ควรทำบริเวณแก้มหรือขอบยางเพราะไม่มีประโยชน์อันใดและอาจเป็นอันตรายต่อไปในอีกไม่ช้า

สำหรับผู้ใช้รถที่ต้องการใช้ยางรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพการใช้งานได้ดี ปัจจุบันมีอยู่มากมายหลายยี่ห้อ ผู้ใช้รถสามารถเลือกยางที่เหมาะสมกับการใช้งานของรถมากที่สุด ที่สำคัญต้องมีราคาที่สมเหตุสมผล ประหยัดเงินกระเป๋า

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car




ข่าวฟีเจอร์

ธนชาต "DRIVE Connect Platform"

ธนชาต "DRIVE Connect Platform"

วีดีโอ
ธนชาต DRIVE โดยทีเอ็มบี เปิดตัว “DRIVE Connect Platform”  มิติใหม่แห่งการทำตลาดออนไลน์ ครั้งแรกในประเทศไทย ...
อายุการใช้งานยางรถยนต์

อายุการใช้งานยางรถยนต์

เรื่องเด่น
อายุการใช้งานยางรถยนต์ตัวเลขบนหน้ายาง ที่เราสังเกตเห็นบนหน้ายาง จะมีอยู่หลายชุด ซึ่งแต่ละชุดจะเป็นตัวเลขที่บอกข้อมูลให้เจ้าของรถเพื่อเป็นข้อสังเกต ...
พวงมาลัยสั่น สาเหตุจากอะไร?

พวงมาลัยสั่น สาเหตุจากอะไร?

เรื่องเด่น
พวงมาลัยสั่น สาเหตุจากอะไร?อาการพวงมาลัยมีปัญหาเกิดจากหลายสาเหตุ อาทิ พวงมาลัยหนัก อาจเพราะลมยางอ่อนมากหรือยางรั่ว ต้องสังเกตอาการจะได้แก้ไขได้ทัน, ...
รวมรถกระบะแค็บราคาถูก

รวมรถกระบะแค็บราคาถูก

เรื่องเด่น
รถกระบะอยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน มองไปทางไหนก้เจอแต่รถกระบะ โดยเฉพาะอาชีพ อาชีพค้าขาย ที่ต้องบรรทุกของเยอะๆ เรียกได้ว่าเป็นรถทำมาหากินตัวจริง ...

เเสดงความคิดเห็น