Home News Featured เป่าแอลกอฮอล์ ไม่เกินเท่าไหร่ถึงผ่าน เป่าไม่ผ่านต้องทำยังไง เป่าแอลกอฮอล์ ไม่เกินเท่าไหร่ถึงผ่าน เป่าไม่ผ่านต้องทำยังไง Car Guides Ramon Khamphan | 23 January 2025 16:45 เป่าแอลกอฮอล์ ไม่เกินเท่าไหร่ถึงผ่าน? สิงห์นักดื่มหลายๆ คนเข้ามาอ่านด่วนๆ เลย เพราะวันนี้เราได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการเป่าแอลกอฮอล์มาฝาก ใครที่เป็นนักดื่มตัวยงต้องรู้ไว้เลย จะได้ไม่โดนโทษเมาแล้วขับกัน เป่าแอลกอฮอล์เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเมา? การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องปกติในหลายวัฒนธรรม แต่เมื่อจะต้องขับขี่ยานพาหนะแล้วการดื่มแอลกอฮอล์อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่เองและผู้อื่นบนท้องถนน ด้วยเหตุนี้จึงมีการกำหนดเกณฑ์ทางกฎหมายเพื่อวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ขับขี่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งคำถามที่ว่าเป่าแอลกอฮอล์เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเมา? เป็นคำถามที่หลายๆ คนสงสัยกันเป็นอย่างมาก โดยกฎหมายในประเทศไทยได้กำหนดค่ามาตรฐานของปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสำหรับผู้ขับขี่ไว้อย่างชัดเจน คือ ผู้ขับขี่ทั่วไป คือ ผู้ที่มีอายุเกิน 20 ปี และมีใบขับขี่ถูกต้อง หากตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจตั้งแต่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (หรือ 0.05%) ขึ้นไป จะถือว่า "เมา" ตามกฎหมาย กรณีผู้ขับขี่มีอายุน้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือ ผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว (ใบอนุญาตแบบ 2 ปี) หากเป่าแอลกอฮอล์แล้วพบว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็น "ผู้เมาสุรา" ผลกระทบของแอลกอฮอล์ที่มีต่อร่างกายและการขับขี่อย่างไร? การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถเป็นพฤติกรรมที่อันตรายและก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้มากมาย โดยแอลกอฮอล์จะส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบประสาทที่จะทำให้การควบคุมร่างกายและการตัดสินใจของเราแย่ลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อร่างกายและความสามารถในการขับขี่ ดังนี้ ผลกระทบต่อร่างกาย 30-50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์: อาจเริ่มมีอาการผ่อนคลาย แต่ยังไม่มีผลกระทบต่อการขับขี่มากนัก 50-100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์: ความสามารถในการประสานงานลดลง การตอบสนองช้าลง และการตัดสินใจเริ่มแย่ลง 100-200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์: การทรงตัวและการควบคุมกล้ามเนื้อเริ่มแย่ลง การพูดไม่ชัด และอาจเกิดการตอบสนองที่ผิดพลาด มากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์: มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากการสูญเสียการควบคุมอย่างรุนแรง ผลกระทบต่อการขับขี่ การตัดสินใจช้า: แอลกอฮอล์ทำให้การตัดสินใจช้าลง ทำให้ไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ความเร็วในการตอบสนองลดลง: แอลกอฮอล์ทำให้ความเร็วในการตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ ลดลง ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ทันท่วงที การประสานงานของกล้ามเนื้อแย่ลง: แอลกอฮอล์ทำให้การประสานงานของกล้ามเนื้อแย่ลง ทำให้การควบคุมพวงมาลัย คันเร่ง และเบรกไม่แม่นยำ การมองเห็นภาพเบลอ: แอลกอฮอล์ทำให้การมองเห็นภาพเบลอ มองเห็นภาพซ้อน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นสัญญาณจราจรหรือสิ่งกีดขวางได้ชัดเจน ความระมัดระวังลดลง: แอลกอฮอล์ทำให้ความระมัดระวังลดลง ทำให้ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น เป่าแอลกอฮอล์เกินกำหนด จะเกิดอะไรขึ้น? เป่าแอลกอฮอล์เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเมาได้บอกไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งถ้าหากว่าเป่าแอลกอฮอล์แล้วพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ดังนี้ ผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ กรณีผู้ขับขี่มีอายุน้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือ ผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว (ใบอนุญาตแบบ 2 ปี) ถือเป็น "ผู้เมาสุรา" นอกจากนี้ยังแบ่งโทษไม่เหมือนกันในกรณีที่เมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุกับผู้อื่นอีกด้วย คือ เมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท และถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ กรณีเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่น "บาดเจ็บสาหัส" มีโทษจำคุก 2-6 ปี ปรับ 40,000-120,000 บาท ระงับใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 2 ปี กรณีเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่น "ถึงแก่ความตาย" หากเป็นในกรณีที่ขับรถชนคนเสียชีวิตและมีอาการเมาแล้วเขา จะมีโทษจำคุก 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที กรณีทำผิดครั้งแรก จำคุกไม่เกิน 1 หรือปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ กรณีทำผิดซ้ำภายในระยะเวลา 2 ปี กรณีกระทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี จะมีโทษหนักขึ้น คือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000-100,000 บาท พักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบขับขี่ ดื่มแอลกอฮอล์ 1 แก้ว เท่ากับแอลกอฮอล์ในเลือดเท่าไหร่? ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ 1 แก้ว ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น น้ำหนักตัว เพศ ความเร็วในการดื่ม และปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มที่บริโภค หลายคนอาจจะยังสงสัยอยู่ว่าแล้วเพศหรือน้ำหนักตัวเกี่ยวด้วยหรอ นั่นก็เพราะว่า ในเรื่องของน้ำหนักตัวนั้นคนที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าจะได้รับผลกระทบจากแอลกอฮอล์มากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวมาก และ ในเรื่องของเพศนั้นโดยทั่วไปผู้หญิงจะมีปริมาณน้ำในร่างกายน้อยกว่าผู้ชาย ทำให้แอลกอฮอล์กระจายตัวในเลือดได้มากกว่านั่นเอง รวมไปถึงเรื่องของอัตราการเผาผลาญก็มีส่วนด้วยเช่นกัน เพราะอัตราการเผาผลาญของแต่ละคนแตกต่างกัน ทำให้ร่างกายแต่ละคนกำจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายได้ไม่เท่ากันนั่นเอง ดังนั้น การบอกว่าดื่มแอลกอฮอล์ 1 แก้ว จะมีแอลกอฮอล์ในเลือดเท่าไหร่ จึงเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน เปรียบเทียบปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มชนิดต่างๆ ประเภทเครื่องดื่ม ปริมาณต่อแก้วมาตรฐาน (ml) เปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ (%ABV) ปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ (ml) เบียร์ (Beer) 330 มล. (1 กระป๋อง) 5% 16.5 มล. ไวน์ (Wine) 150 มล. (1 แก้ว) 12% 18 มล. ไวน์ขาว (White Wine) 150 มล. (1 แก้ว) 10% 15 มล. แชมเปญ (Champagne) 150 มล. (1 แก้ว) 12% 18 มล. วิสกี้ (Whiskey) 45 มล. (1 ช็อต) 40% 18 มล. วอดก้า (Vodka) 45 มล. (1 ช็อต) 40% 18 มล. รัม (Rum) 45 มล. (1 ช็อต) 40% 18 มล. ค็อกเทล (Cocktail) 150 มล. (1 แก้ว) 10-20% (ขึ้นอยู่กับสูตร) 15-30 มล. เคล็ดลับการดื่มอย่างปลอดภัย การดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน แต่การดื่มอย่างปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของตัวเองและผู้อื่น นี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้ดื่มได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น กำหนดขีดจำกัดในการดื่ม ตั้งเป้าหมายล่วงหน้าว่าจะดื่มเพียงกี่แก้ว และยึดตามนั้น และหลีกเลี่ยงการดื่มติดต่อกันหลายแก้วในเวลาสั้นๆ เพราะจะเพิ่มระดับแอลกอฮอล์ในเลือดอย่างรวดเร็ว ดื่มน้ำเปล่าควบคู่ ดื่มน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ระหว่างดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยลดความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในร่างกาย และน้ำช่วยป้องกันการขาดน้ำและลดอาการเมาค้าง รับประทานอาหารก่อนและระหว่างดื่ม เพราะการมีอาหารในกระเพาะอาหารจะช่วยชะลอการดูดซึมแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือด เน้นอาหารที่มีโปรตีนหรือไขมัน เช่น เนื้อสัตว์ ชีส หรือถั่ว ซึ่งช่วยลดผลกระทบของแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการดื่มเร็วเกินไป ดื่มช้าๆ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาจัดการกับแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการดื่มแบบ "ช็อต" ติดต่อกัน เพราะจะเพิ่มปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายอย่างรวดเร็ว เลือกเครื่องดื่มที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์สูงเกินไป หากไม่คุ้นเคยกับการดื่ม หากเป็นค็อกเทลให้ตรวจสอบส่วนผสมและความแรงของแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม หลีกเลี่ยงการผสมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับยา หากกำลังรับประทานยาใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มแอลกอฮอล์ และการผสมแอลกอฮอล์กับยา (เช่น ยาแก้แพ้ ยาคลายเครียด) อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงร้ายแรงได้ หยุดดื่มเมื่อเริ่มรู้สึกมึนเมา หากเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเสียการควบคุม ให้หยุดดื่มทันที และดื่มน้ำเปล่าแทน ฟังสัญญาณจากร่างกาย เช่น รู้สึกวิงเวียนหรือเริ่มพูดจาไม่ชัด อย่าขับรถหลังดื่มแอลกอฮอล์ หากดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ควรใช้บริการรถสาธารณะหรือให้คนที่ไม่ได้ดื่มขับรถแทน เพราะการขับขี่ในขณะเมาเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและเป็นการผิดกฎหมาย ผลกระทบระยะยาวของแอลกอฮอล์ต่อสมอง แอลกอฮอล์ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ความรู้สึกมึนเมาชั่วคราว แต่ยังส่งผลกระทบต่อสมองในระยะยาวได้อย่างร้ายแรงอีกด้วย การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือในปริมาณมาก อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสมอง ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย ความจำเสื่อม: แอลกอฮอล์ทำลายเซลล์ประสาทในสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ ทำให้เกิดปัญหาในการจดจำเรื่องราวใหม่ๆ หรือแม้แต่เรื่องราวในอดีต ความสามารถในการเรียนรู้ลดลง: แอลกอฮอล์ส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้และการแก้ปัญหา ทำให้ความคิดช้าลง และขาดสมาธิ การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์: ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำมักมีปัญหาทางอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย หรือมีอารมณ์แปรปรวน ความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม: การดื่มแอลกอฮอล์ในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสมองเสื่อม เช่น โรคอัลไซเมอร์ ปัญหาในการควบคุมอารมณ์: แอลกอฮอล์ทำให้อารมณ์แปรปรวนมากขึ้น อาจก่อให้เกิดความรุนแรง หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การสูญเสียการทรงตัว: แอลกอฮอล์ทำลายเซลล์ประสาทในสมองส่วนที่ควบคุมการทรงตัว ทำให้เกิดอาการเดินเซ และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ การเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกภาพ: ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกภาพ เช่น กลายเป็นคนขี้เกียจ ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง หรือขาดความรับผิดชอบ การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะจะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่หากดื่มมากเกินไปจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในต่างๆ เช่น ตับ ไต และหัวใจ รวมถึงอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตได้อีกด้วย โหลดหรือยัง? แอป one2car - NEXT GEN! CAR APP Smart Search: หารถง่าย ฟังก์ชันครบ ข้อมูลชัด! Qualified Car: รถคุณภาพ ตรวจสภาพแล้ว พร้อมรายงานรถ Most Trusted Seller: คัดผู้ขายให้แล้ว ไม่ต้องกลัวมิจฉาชีพ Hot Deals: พบกับ Big Sale ลดแรงทุกเดือน! My Garage: ระบบผู้จัดการส่วนตัวให้รถคุณ ทุกเรื่องรถ จบในที่เดียว Car Tax Renawal: ต่อภาษีรถยนต์สะดวกกว่าที่เคย ไม่ต้องกลัวลืม Car Price: อยากขายรถแต่ไม่รู้ราคา เช็กเลย! รู้ผลใน 1 นาที ต้องการขายก็ทำได้เลย Car Financing: สินเชื่อรถมือสอง จัดไฟแนนซ์ง่ายกับ Partner ของเรา พร้อมข้อเสนอพิเศษ Car Insurance: เปรียบเทียบเบี้ย ต่อประกันรถยนต์ พร้อมดีลสุดพิเศษจากบริษัทชั้นนำ Extended Warranty: ประกันอะไหล่รถ หมดห่วงเรื่องอะไหล่รถมือสอง one2car Story: คลิปรีวิวรถจากคนขาย คอนเทนต์เกี่ยวกับยานยนต์ Apple Store : https://bit.ly/o2c_apple_store Google Play Store : https://bit.ly/o2c_Google_Play_Store ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง one2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com ✕ Let's Connect on Line We protect your personal information in compliance with the PDPA I agree with One2car.com Terms of Use and Privacy Policy. I agree to be contacted by One2car.com and listing car seller via LINE. Check out the best car deals in town! Prev Next Special offer - call now! days hours Avg. mkt. Why no price is listed? Sometime dealer wants you to contact for the best price. I Why no price is listed? Sometime dealer wants you to contact for the best price. Related Tags เป่าแอลกอฮอล์ เมาแล้วขับ ดื่มแอลกอฮอล์ เป่าแอลกอฮอล์เกินกำหนด เป่าแอลกอฮอล์ ไม่เกินเท่าไหร่ถึงผ่าน Print Featured ฤกษ์ออกรถ มิถุนายน 2569 เปิดวันราชาโชค เสริมเฮงกลางปี Car Guides Chuenkamon Phasuk | 08 June 2026 สายมูต้องไม่พลาด! one2car ชวนคุณมาเปิดประตูรับทรัพย์อัปเกรดดวงชะตา กับฤกษ์มงคลออกรถ ประจำเดือนมิถุนายน 2569 จะถอยรถยนต์ป้ายแดง รถมือสอง ... ยืนหนึ่งทุกปี! TOYOTA มือสอง 10 รุ่น คนค้นหามากที่สุด Car Guides Chuenkamon Phasuk | 08 June 2026 รวมตัวตึง TOYOTA มือสอง กี่ปีกระแสก็ไม่เคยตก 2026 TOYOTA มือสอง เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในบรรดารถยนต์มือสอง โดยในไตรมาสแรก (ม.ค. - มี.ค.) ... ซื้อรถมือสองที่ one2car รับส่วนลด B-Quik เพิ่ม 5% ทั่วประเทศ Car news Chuenkamon Phasuk | 08 June 2026 ออกรถมือสองที่ one2car → B-Member ได้ลดเพิ่มอีก 5% คัมแบ็กอีกครั้ง! one2car x B-Quik สานต่อโปรโมชันตามคำเรียกร้อง เพียงซื้อรถมือสองที่ one2car สมาชิก ... รถมือสองสภาพดี เลือกที่มี one2inspect ซื้อแล้วจบ ไม่ต้องตรวจซ้ำ Car Guides Chuenkamon Phasuk | 08 June 2026 ไม่ต้องเป็นเซียนรถ ก็ซื้อรถมือสองได้อย่างสบายใจ แค่มี one2inspect มั่นใจได้เลยว่า รถมือสองสภาพดี พร้อมใช้งานทันที ... Comments
เป่าแอลกอฮอล์ ไม่เกินเท่าไหร่ถึงผ่าน เป่าไม่ผ่านต้องทำยังไง Car Guides Ramon Khamphan | 23 January 2025 16:45 เป่าแอลกอฮอล์ ไม่เกินเท่าไหร่ถึงผ่าน? สิงห์นักดื่มหลายๆ คนเข้ามาอ่านด่วนๆ เลย เพราะวันนี้เราได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการเป่าแอลกอฮอล์มาฝาก ใครที่เป็นนักดื่มตัวยงต้องรู้ไว้เลย จะได้ไม่โดนโทษเมาแล้วขับกัน เป่าแอลกอฮอล์เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเมา? การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องปกติในหลายวัฒนธรรม แต่เมื่อจะต้องขับขี่ยานพาหนะแล้วการดื่มแอลกอฮอล์อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่เองและผู้อื่นบนท้องถนน ด้วยเหตุนี้จึงมีการกำหนดเกณฑ์ทางกฎหมายเพื่อวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ขับขี่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งคำถามที่ว่าเป่าแอลกอฮอล์เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเมา? เป็นคำถามที่หลายๆ คนสงสัยกันเป็นอย่างมาก โดยกฎหมายในประเทศไทยได้กำหนดค่ามาตรฐานของปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสำหรับผู้ขับขี่ไว้อย่างชัดเจน คือ ผู้ขับขี่ทั่วไป คือ ผู้ที่มีอายุเกิน 20 ปี และมีใบขับขี่ถูกต้อง หากตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจตั้งแต่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (หรือ 0.05%) ขึ้นไป จะถือว่า "เมา" ตามกฎหมาย กรณีผู้ขับขี่มีอายุน้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือ ผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว (ใบอนุญาตแบบ 2 ปี) หากเป่าแอลกอฮอล์แล้วพบว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็น "ผู้เมาสุรา" ผลกระทบของแอลกอฮอล์ที่มีต่อร่างกายและการขับขี่อย่างไร? การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถเป็นพฤติกรรมที่อันตรายและก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้มากมาย โดยแอลกอฮอล์จะส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบประสาทที่จะทำให้การควบคุมร่างกายและการตัดสินใจของเราแย่ลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อร่างกายและความสามารถในการขับขี่ ดังนี้ ผลกระทบต่อร่างกาย 30-50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์: อาจเริ่มมีอาการผ่อนคลาย แต่ยังไม่มีผลกระทบต่อการขับขี่มากนัก 50-100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์: ความสามารถในการประสานงานลดลง การตอบสนองช้าลง และการตัดสินใจเริ่มแย่ลง 100-200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์: การทรงตัวและการควบคุมกล้ามเนื้อเริ่มแย่ลง การพูดไม่ชัด และอาจเกิดการตอบสนองที่ผิดพลาด มากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์: มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากการสูญเสียการควบคุมอย่างรุนแรง ผลกระทบต่อการขับขี่ การตัดสินใจช้า: แอลกอฮอล์ทำให้การตัดสินใจช้าลง ทำให้ไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ความเร็วในการตอบสนองลดลง: แอลกอฮอล์ทำให้ความเร็วในการตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ ลดลง ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ทันท่วงที การประสานงานของกล้ามเนื้อแย่ลง: แอลกอฮอล์ทำให้การประสานงานของกล้ามเนื้อแย่ลง ทำให้การควบคุมพวงมาลัย คันเร่ง และเบรกไม่แม่นยำ การมองเห็นภาพเบลอ: แอลกอฮอล์ทำให้การมองเห็นภาพเบลอ มองเห็นภาพซ้อน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นสัญญาณจราจรหรือสิ่งกีดขวางได้ชัดเจน ความระมัดระวังลดลง: แอลกอฮอล์ทำให้ความระมัดระวังลดลง ทำให้ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น เป่าแอลกอฮอล์เกินกำหนด จะเกิดอะไรขึ้น? เป่าแอลกอฮอล์เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเมาได้บอกไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งถ้าหากว่าเป่าแอลกอฮอล์แล้วพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ดังนี้ ผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ กรณีผู้ขับขี่มีอายุน้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือ ผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว (ใบอนุญาตแบบ 2 ปี) ถือเป็น "ผู้เมาสุรา" นอกจากนี้ยังแบ่งโทษไม่เหมือนกันในกรณีที่เมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุกับผู้อื่นอีกด้วย คือ เมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท และถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ กรณีเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่น "บาดเจ็บสาหัส" มีโทษจำคุก 2-6 ปี ปรับ 40,000-120,000 บาท ระงับใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 2 ปี กรณีเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่น "ถึงแก่ความตาย" หากเป็นในกรณีที่ขับรถชนคนเสียชีวิตและมีอาการเมาแล้วเขา จะมีโทษจำคุก 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที กรณีทำผิดครั้งแรก จำคุกไม่เกิน 1 หรือปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ กรณีทำผิดซ้ำภายในระยะเวลา 2 ปี กรณีกระทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี จะมีโทษหนักขึ้น คือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000-100,000 บาท พักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบขับขี่ ดื่มแอลกอฮอล์ 1 แก้ว เท่ากับแอลกอฮอล์ในเลือดเท่าไหร่? ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ 1 แก้ว ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น น้ำหนักตัว เพศ ความเร็วในการดื่ม และปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มที่บริโภค หลายคนอาจจะยังสงสัยอยู่ว่าแล้วเพศหรือน้ำหนักตัวเกี่ยวด้วยหรอ นั่นก็เพราะว่า ในเรื่องของน้ำหนักตัวนั้นคนที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าจะได้รับผลกระทบจากแอลกอฮอล์มากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวมาก และ ในเรื่องของเพศนั้นโดยทั่วไปผู้หญิงจะมีปริมาณน้ำในร่างกายน้อยกว่าผู้ชาย ทำให้แอลกอฮอล์กระจายตัวในเลือดได้มากกว่านั่นเอง รวมไปถึงเรื่องของอัตราการเผาผลาญก็มีส่วนด้วยเช่นกัน เพราะอัตราการเผาผลาญของแต่ละคนแตกต่างกัน ทำให้ร่างกายแต่ละคนกำจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายได้ไม่เท่ากันนั่นเอง ดังนั้น การบอกว่าดื่มแอลกอฮอล์ 1 แก้ว จะมีแอลกอฮอล์ในเลือดเท่าไหร่ จึงเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน เปรียบเทียบปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มชนิดต่างๆ ประเภทเครื่องดื่ม ปริมาณต่อแก้วมาตรฐาน (ml) เปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ (%ABV) ปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ (ml) เบียร์ (Beer) 330 มล. (1 กระป๋อง) 5% 16.5 มล. ไวน์ (Wine) 150 มล. (1 แก้ว) 12% 18 มล. ไวน์ขาว (White Wine) 150 มล. (1 แก้ว) 10% 15 มล. แชมเปญ (Champagne) 150 มล. (1 แก้ว) 12% 18 มล. วิสกี้ (Whiskey) 45 มล. (1 ช็อต) 40% 18 มล. วอดก้า (Vodka) 45 มล. (1 ช็อต) 40% 18 มล. รัม (Rum) 45 มล. (1 ช็อต) 40% 18 มล. ค็อกเทล (Cocktail) 150 มล. (1 แก้ว) 10-20% (ขึ้นอยู่กับสูตร) 15-30 มล. เคล็ดลับการดื่มอย่างปลอดภัย การดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน แต่การดื่มอย่างปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของตัวเองและผู้อื่น นี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้ดื่มได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น กำหนดขีดจำกัดในการดื่ม ตั้งเป้าหมายล่วงหน้าว่าจะดื่มเพียงกี่แก้ว และยึดตามนั้น และหลีกเลี่ยงการดื่มติดต่อกันหลายแก้วในเวลาสั้นๆ เพราะจะเพิ่มระดับแอลกอฮอล์ในเลือดอย่างรวดเร็ว ดื่มน้ำเปล่าควบคู่ ดื่มน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ระหว่างดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยลดความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในร่างกาย และน้ำช่วยป้องกันการขาดน้ำและลดอาการเมาค้าง รับประทานอาหารก่อนและระหว่างดื่ม เพราะการมีอาหารในกระเพาะอาหารจะช่วยชะลอการดูดซึมแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือด เน้นอาหารที่มีโปรตีนหรือไขมัน เช่น เนื้อสัตว์ ชีส หรือถั่ว ซึ่งช่วยลดผลกระทบของแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการดื่มเร็วเกินไป ดื่มช้าๆ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาจัดการกับแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการดื่มแบบ "ช็อต" ติดต่อกัน เพราะจะเพิ่มปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายอย่างรวดเร็ว เลือกเครื่องดื่มที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์สูงเกินไป หากไม่คุ้นเคยกับการดื่ม หากเป็นค็อกเทลให้ตรวจสอบส่วนผสมและความแรงของแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม หลีกเลี่ยงการผสมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับยา หากกำลังรับประทานยาใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มแอลกอฮอล์ และการผสมแอลกอฮอล์กับยา (เช่น ยาแก้แพ้ ยาคลายเครียด) อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงร้ายแรงได้ หยุดดื่มเมื่อเริ่มรู้สึกมึนเมา หากเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเสียการควบคุม ให้หยุดดื่มทันที และดื่มน้ำเปล่าแทน ฟังสัญญาณจากร่างกาย เช่น รู้สึกวิงเวียนหรือเริ่มพูดจาไม่ชัด อย่าขับรถหลังดื่มแอลกอฮอล์ หากดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ควรใช้บริการรถสาธารณะหรือให้คนที่ไม่ได้ดื่มขับรถแทน เพราะการขับขี่ในขณะเมาเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและเป็นการผิดกฎหมาย ผลกระทบระยะยาวของแอลกอฮอล์ต่อสมอง แอลกอฮอล์ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ความรู้สึกมึนเมาชั่วคราว แต่ยังส่งผลกระทบต่อสมองในระยะยาวได้อย่างร้ายแรงอีกด้วย การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือในปริมาณมาก อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสมอง ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย ความจำเสื่อม: แอลกอฮอล์ทำลายเซลล์ประสาทในสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ ทำให้เกิดปัญหาในการจดจำเรื่องราวใหม่ๆ หรือแม้แต่เรื่องราวในอดีต ความสามารถในการเรียนรู้ลดลง: แอลกอฮอล์ส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้และการแก้ปัญหา ทำให้ความคิดช้าลง และขาดสมาธิ การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์: ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำมักมีปัญหาทางอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย หรือมีอารมณ์แปรปรวน ความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม: การดื่มแอลกอฮอล์ในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสมองเสื่อม เช่น โรคอัลไซเมอร์ ปัญหาในการควบคุมอารมณ์: แอลกอฮอล์ทำให้อารมณ์แปรปรวนมากขึ้น อาจก่อให้เกิดความรุนแรง หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การสูญเสียการทรงตัว: แอลกอฮอล์ทำลายเซลล์ประสาทในสมองส่วนที่ควบคุมการทรงตัว ทำให้เกิดอาการเดินเซ และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ การเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกภาพ: ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกภาพ เช่น กลายเป็นคนขี้เกียจ ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง หรือขาดความรับผิดชอบ การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะจะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่หากดื่มมากเกินไปจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในต่างๆ เช่น ตับ ไต และหัวใจ รวมถึงอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตได้อีกด้วย โหลดหรือยัง? แอป one2car - NEXT GEN! CAR APP Smart Search: หารถง่าย ฟังก์ชันครบ ข้อมูลชัด! Qualified Car: รถคุณภาพ ตรวจสภาพแล้ว พร้อมรายงานรถ Most Trusted Seller: คัดผู้ขายให้แล้ว ไม่ต้องกลัวมิจฉาชีพ Hot Deals: พบกับ Big Sale ลดแรงทุกเดือน! My Garage: ระบบผู้จัดการส่วนตัวให้รถคุณ ทุกเรื่องรถ จบในที่เดียว Car Tax Renawal: ต่อภาษีรถยนต์สะดวกกว่าที่เคย ไม่ต้องกลัวลืม Car Price: อยากขายรถแต่ไม่รู้ราคา เช็กเลย! รู้ผลใน 1 นาที ต้องการขายก็ทำได้เลย Car Financing: สินเชื่อรถมือสอง จัดไฟแนนซ์ง่ายกับ Partner ของเรา พร้อมข้อเสนอพิเศษ Car Insurance: เปรียบเทียบเบี้ย ต่อประกันรถยนต์ พร้อมดีลสุดพิเศษจากบริษัทชั้นนำ Extended Warranty: ประกันอะไหล่รถ หมดห่วงเรื่องอะไหล่รถมือสอง one2car Story: คลิปรีวิวรถจากคนขาย คอนเทนต์เกี่ยวกับยานยนต์ Apple Store : https://bit.ly/o2c_apple_store Google Play Store : https://bit.ly/o2c_Google_Play_Store ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง one2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com ✕ Let's Connect on Line We protect your personal information in compliance with the PDPA I agree with One2car.com Terms of Use and Privacy Policy. I agree to be contacted by One2car.com and listing car seller via LINE. Check out the best car deals in town! Prev Next Special offer - call now! days hours Avg. mkt. Why no price is listed? Sometime dealer wants you to contact for the best price. I Why no price is listed? Sometime dealer wants you to contact for the best price. Related Tags เป่าแอลกอฮอล์ เมาแล้วขับ ดื่มแอลกอฮอล์ เป่าแอลกอฮอล์เกินกำหนด เป่าแอลกอฮอล์ ไม่เกินเท่าไหร่ถึงผ่าน
Special offer - call now! days hours Avg. mkt. Why no price is listed? Sometime dealer wants you to contact for the best price. I Why no price is listed? Sometime dealer wants you to contact for the best price.
ฤกษ์ออกรถ มิถุนายน 2569 เปิดวันราชาโชค เสริมเฮงกลางปี Car Guides Chuenkamon Phasuk | 08 June 2026 สายมูต้องไม่พลาด! one2car ชวนคุณมาเปิดประตูรับทรัพย์อัปเกรดดวงชะตา กับฤกษ์มงคลออกรถ ประจำเดือนมิถุนายน 2569 จะถอยรถยนต์ป้ายแดง รถมือสอง ...
ยืนหนึ่งทุกปี! TOYOTA มือสอง 10 รุ่น คนค้นหามากที่สุด Car Guides Chuenkamon Phasuk | 08 June 2026 รวมตัวตึง TOYOTA มือสอง กี่ปีกระแสก็ไม่เคยตก 2026 TOYOTA มือสอง เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในบรรดารถยนต์มือสอง โดยในไตรมาสแรก (ม.ค. - มี.ค.) ...
ซื้อรถมือสองที่ one2car รับส่วนลด B-Quik เพิ่ม 5% ทั่วประเทศ Car news Chuenkamon Phasuk | 08 June 2026 ออกรถมือสองที่ one2car → B-Member ได้ลดเพิ่มอีก 5% คัมแบ็กอีกครั้ง! one2car x B-Quik สานต่อโปรโมชันตามคำเรียกร้อง เพียงซื้อรถมือสองที่ one2car สมาชิก ...
รถมือสองสภาพดี เลือกที่มี one2inspect ซื้อแล้วจบ ไม่ต้องตรวจซ้ำ Car Guides Chuenkamon Phasuk | 08 June 2026 ไม่ต้องเป็นเซียนรถ ก็ซื้อรถมือสองได้อย่างสบายใจ แค่มี one2inspect มั่นใจได้เลยว่า รถมือสองสภาพดี พร้อมใช้งานทันที ...