ตรวจเช็ครถยนต์ก่อนซื้อ ตรวจเช็คให้แน่ใจก่อนเป็นเจ้าของ ปลอดภัยและสบายใจ

หากท่านไม่อยากได้รถย้อมแมวรีบอ่านโดยด่วน ขั้นตอนการตรวจเช็ครถมือสองง่ายๆ ไม่ต้องกลัวโดนรถย้อมแมว อีกต่อไป วันนี้เรามีวิธีตรวจเช็ครถยนต์ก่อนซื้อ(เบื้องต้น) มาแนะนำครับ แยกออกมาเป็นข้อๆ เป็นวิธีง่ายๆที่ใครๆก็ทำได้

  1. ตัวถัง
  • รูปทรง คุณสมบัติบัติของตัวถังรถที่สมบูรณ์ คือสภาพตัวถังต้องไม่เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ดัดแปลง ไม่บิดเบี้ยว  วิธีเช็คเริ่มจากการจอดรถในพื้นที่เรียบๆ และมีพื้นที่กว้างพอ พอที่เราจะสามารถตรวจเช็คได้ถนัด ให้เรายืนหน้ารถ แล้วเดินถอยหลังมาซัก5ก้าว แล้วดูรูปทรงของรถ ว่าเอียง หรือ บิดเบี้ยวเกินไปจนสังเกตได้ (ตรวจเช็ครถทั้ง4ด้าน) จากนั้นให้เราสังเกตช่องไฟระยะห่างระหว่างประตู, ช่องระยะห่างของฝากระโปรง โดยช่องเหล่านี้จะต้องห่างเท่ากันตลอดทั้งแนว

  • สี เดินตวรจเช็คความสม่ำเสมอของสี จะต้องไม่มีชิ้นไหนผิดเพี้ยนไปจากจุดอื่นของรถ หากรถที่ผ่านการทำสีมา หากทำไม่ดีสีจะเป็นคลื่นๆ และให้เราใช้มือเคาะฟังเสียง หากสีเดิมที่ยังไม่ผ่านการทำสีโป๊วสีเสียงจะโปร่งๆ และหากจุดไหนที่ผ่านการชนและโป๊วสีมาเสียงจะทึบๆ

  • ตะเข็บ-คาน ให้เราตรวจสอบรอบตะเข็บต่างๆของตัวรถ โดยให้สังเกตรอยนูน รอยอ๊าค (ภาษาบ้านๆก็คือรอยเชื่อมที่มาจากผู้ผลิต) ต่างๆ จะเหมือนกันทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา หากพบว่ารอยของฝั่งไหนหายไป อาจเป็นไปได้ว่าฝั่งนั้นโดนชนและผ่านการเคาะ เชื่อม ซ่อม ทำสีมาใหม่ และให้สังเกตหัวน๊อตต่างๆเช่น น๊อตยึดฝากระโปรง น๊อตยึดแก้มข้าง น๊อตยึดบานประตุ หากพบร่องรอยการถอด อาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากการถอดออกมาซ่อม ส่วนคาน ให้เราสังเกตสี หากสีของคานใหม่เงาเกินจริง หรือมีรอยบุบรอยเคาะ รอยทำสี แสดงว่ารถคันนั้นผ่านการชนจนถึงถึงคาน  และให้สังเกตสติ๊กเกอร์ต่างๆที่ติดมาเช่นสติ๊กเกอร์ตรงฝากระโปรง, ตรงคาน(เฉพาะบางรุ่น) หากสติ๊กเกอร์หลุดหายไปอาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากการเปลี่ยนหรือซ่อมทำสีมาใหม่ ส่วนด้านท้ายก็ให้เราสังเกตรอยนูนรอยอ๊าคเหมือนกับด้านหน้า แต่เพิ่มเติมที่ช่องวางยางอะไหล่ ดยให้เราสังเกตที่ช่องวางยางอะไหล่ จะต้องไม่บิดเบี้ยวบุบ หากพบรอยบุบหรือร่องรอยการซ่อม แสดงว่ารถคันนั้นผ่านการชนท้ายมาค่อนข้างหนักพอสมควร

2. เครื่อง-เกียร์-ช่วงล่าง-เบรก

  • การดูเครื่องยนต์เบื้องต้น   ให้เราสังเกตรอบเครื่องยนต์โดยสังเกตที่เกจ์วัดรอบว่ามีการสวิงไปมาหรือไม่ ฟังเสียงพัดลมเครื่องว่าดังเกินไปรึเปล่า ฟังเสียงสายพาน เสียงคอมแอร์ และเสียงอื่นๆ ว่ามีจุดไหนดังผิดปกติ เราอาจใช้วิธีสตาร์ทเครื่องให้ร้อน แล้วดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมา แล้วสังเกตุว่ามีไอหรือควันพุ่งออกมาหรือเปล่า และให้เราดูที่ปลายท่อไอเสีย ตรวจสอบดูว่ามีควันไหลหรือไม่ หากเครื่องเย็นให้ลองดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องมาดู ว่าอยู่ในระดับปกติหรือไม่

  • เกียร์ หากเป็นเกียร์ออโต้  ให้ทดลองขณะเครื่องเย็น ลองสตาร์ทเครื่อง แล้วใส่เกียร์D และเกียร์R หากรถไม่ยอมเดินหน้า ถอยหลัง แสดงว่าเกียร์มีปัญหา หรืออาจจะลองขับให้ครบทุกเกียร์ หากเกียร์ไม่เปลี่ยนตามปกติ หรือขับแล้วตระตุก หรือมีเสียงหอนจากเกียร์ ก็แสดงว่า เกียร์มีปัญหา ส่วนเกียร์ธรรมดา ก็ให้สังเกตว่า เกียร์เข้าง่ายปกติมั้ย ขับแล้วมีเสียงหอนหรือเปล่า ลองขับให้ครบทุกเกียร์
  • ช่วงล่าง ให้เราลองขับ แล้วลองเลี้ยวกลับรถ ลองขับบนทางขรุขระ โดยให้สังเกตเสียงจากช่วงล่าง ว่ามีจุดไหนดังผิดปกติ ส่วนยางรถยนต์ จะต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ไม่แตกลายงา ไม่เปื่อยจนเห็นถึงเส้นใยข้างใน ซึ่งยางแต่ละประเภทจะมีอายุการใช้งานที่ต่างกัน โดยยางแต่ละยี่ห้อแต่ละประเภทนั้นเราอาจศึกษาเพิ่มเติมได้จากผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือจากอินเตอร์เน็ต

  • เบรก ให้เราลองสตาร์ทเครื่องยนต์ และลองเหยียบย้ำๆหลายๆครั้ง ซึ่งเบรกจะต้องไม่แข็งเกินไปจนเหยีบไม่ลง (หากเหยียบแล้วแข็งมากแต่รถเบรกไม่อยู่อาจเกิดจากหม้อลมเบรกมีปัญหา) จากนั้นให้เราลองเหยียบเบรกค้างไว้ กดน้ำหนักเท้าเล็กน้อย และสังเกตตำแหน่งระดับเบรกหากเราเหยียบค้างไว้เบรกจะต้องไม่จม (หากเหยียบค้างไว้แต่เบรกเริ่มจมที่ละนิดๆๆ จนจมสุดอาจเกิดจากลูกยางปั้มเบรกสึก, ฉีกขาด, สายเบรกรั่ว) ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายมากๆครับ

3. ระบบไฟ และ อุปกรณ์อื่นๆ

  • ไฟ ให้เราลองเปิดไฟต่างๆ ทั้งไฟหน้า-หลัง, ไฟเลี้ยว, ไฟเบรก, ไฟบนหน้าจอเรือนไมล์ เพื่อตรวจสอบความพร้อม

  • ตรวจสอบอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ตัวปัดน้ำฝน, แอร์, ไล่ฝ้า เป็นต้น

4. เอกสาร

  • เลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ ให้เราตรวจสอบเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ ว่าตรงกับในเล่มหรือไม่ โดยรถแต่ละรุ่นตำแหน่งเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ จะอยู่ต่างกัน หากเราหาตำแหน่งไม่เจอก็ให้เราเปิดเล่มรถ ซึ่งในเล่มจะระบุตำแหน่งของเลขเอาไว้ชัดเจน

การตรวจสอบรถที่ผ่านการจมน้ำ

  • น๊อต โดยส่วนใหญ่ น๊อตที่ใช้จะเป็นน๊อตเหล็ก หากโดนน้ำ แช่น้ำ หรือไอน้ำ น๊อตจะเป็นสนิม หรืออาจจะขึ้นเป็นขี้กลาก
  • ตัวถังและอุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ตำแหน่งล่างๆ เช่น พื้นรถอาจเกิดสนิม พรมขึ้นรา ตะแกรงใต้เบาะนั่งเป็นสนิม คันเกียร์ขึ้นสนิม
  • อุปกรณ์ต่างๆที่เป็นเหล็ก และพวกคานต่างๆที่อยู่ใต้ล่าง หากจมน้ำมา จะปรากฏร่องรอยสนิมให้เราเห็น
  • สีใต้ท้องรถ หากเป็นรถที่จมน้ำ ส่วนใหญ่ใต้ท้องรถจะพ่นสีใหม่เพื่อปกปิดรอยสนิม

หลังจากที่เราตรวจสอบเบื้องต้นกันไปแล้ว หากเรายังไม่มั่นใจ ก็ให้หาช่าง หรือผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือผู้ที่มีประสบการณ์มาช่วยดูก็ได้ครับ และเพื่อความมั้นใจเพิ่มมากขึ้น ให้เราเลือกซื้อรถยนต์มือสอง กับทางดีลเลอร์ที่เชื่อถือได้ และหากท่านกำลังมองหารถยนต์ไว้ใช้ซักคัน ท่านสามารถเข้าไปเลือกซื้อเลือกชมได้ที่นี่เลยครับ www.one2car.com มีรถให้ท่านเลือกชมจุใจแน่นอน…

สามารถติดตามข่าวสารอัพเดตเพิ่มเติม ได้ที่นี่

สามารถค้นหารถยนต์คุณภาพดี ได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Tadsaneeya

ความคิดเห็น
ค้นหาข่าวและรีวิว
แกลลอรี่รูปรถยนต์ ดูทั้งหมด

ศูนย์รวมรถใหม่