ต้องรู้ก่อนซื้อ วิธีดูรถที่ผ่านการจมน้ำ

เรื่องเด่น
Wongsathon 07 สิงหาคม 2560 06:36

          เนื่องจากเหตุการณ์อุทกภัย ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งมีรถจำนวนไม่น้อยที่หนีน้ำไม่ทัน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่กำลังต้องการมองหารถมือสอง ทำให้หลายๆท่านลังเลไม่กล้าซื้อรถมือสองเพราะกลัวว่าจะเจอรถที่ผ่านการจมน้ำ

          การที่เราจะซื้อรถมือสองแต่ละคัน แน่นอนว่าเราก็ต้องอยากได้รถดีๆ อยู่กับเราไปนานๆ คงไม่มีใครอยากได้รถย้อมแมว ใช่มั้ยครับ ถ้าเราไม่มีความรู้เกี่ยวกับรถเลย เราก็อาจโดนคนขายหลอกได้ง่ายๆ แต่ถ้าเรามีความรู้ติดตัว โอกาสที่ท่านจะโดนหลอกก็ยากครับ และในวันนี้ผมมีวิธีและคำแนะนำในการตรวจสอบรถที่ผ่านการจมน้ำ มาฝากครับ

รถจมน้ำ แบ่งเป็น 3 ระดับ

          1.        จมระดับล้อ

          2.        จมระดับครึ่งตัวรถ

          3.        จมมิดหลังคา

สำหรับวิธีดู ก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ ทุกคนสามารถดูได้ แค่เราดูให้ถูกจุดแค่นั้นเองครับ

 

1.        เปิดดูที่ฝากระโปรงหน้า

จุดนี้ส่วนใหญ่จะพบในกรณีที่ท่วมระดับ 2,3 หากรถที่ผ่านการจมน้ำ ตรงหัวน๊อตจะขึ้นสนิม โดยเฉพาะน๊อตที่อยู่ทางด้านล่างๆ และจะเป็นขี้กากขาวๆ เพราะส่วนใหญ่น๊อตที่ใช้จะเป็นน๊อตเหล็ก และสังเกตตามไดร์ชาร์จ เหล็กยึดยางแท่นเครื่อง เหล็กรัดท่อยางต่างๆ และอุปกรณ์อื่นๆที่เป็นเหล็ก อาจทิ้งร่องรอยให้เราได้เห็นครับ ต่อมาให้ดูตัวถังส่วนที่เป็นเหล็ก ตามซอกตามมุมต่างๆ อาจจะขึ้นสนิมหรือมีร่องรอยที่เก็บไม่หมด และให้สังเกตสีของอุปกรณ์ต่างๆที่เป็นเหล็ก ซึ่งปกติของรถทั่วไปแล้วควรจะเป็นสีเดิมจะบางๆ ให้เราตรวจดูว่าผ่านการพ่นสีเพื่อปกปิดรอยสนิมหรือเปล่า เพราะอุปกรณ์บางตัว ช่างอาจจะไม่เปลี่ยน แต่ใช้วิธีพ่นสีทับเพื่อลดต้นทุนในการซ่อม

 

2.        ช่วงล่าง

ช่วงล่าง ให้เราก้มดูเลยครับ จุดนี้ส่วนใหญ่จะพบในกรณีที่ท่วมระดับ 1,2,3 ส่วนไหนที่สายตาเราสามารถสอดส่องเข้าไปได้ ให้เราตรวจดูให้หมด โดยเน้นสังเกตส่วนที่เป็นเหล็กครับ เช่น โช้คอัพ พื้นตัวถังรถด้านล่างช่วงท้ายบริเวณยางยางอะไหล่ (หากเป็นรถกระบะ ให้สังเกตดูพื้นกระบะด้านล่าง) ซอกซุ้มล้อ เพลา ล้อ และชิ้นส่วนต่างๆที่อยู่ในมุมอับ หากผ่านการจมน้ำอุปกรณ์เหล่านี้จะขึ้นสนิม แต่ช่างบางคนใช้วิธีพ่นสีทับ ซึ่งเราก็ต้องดูจุดอื่นๆ แล้วนำมาประกอบการตัดสินใจอีกที

 

3.        ห้องโดยสาร

ห้องโดยสาร จุดนี้ส่วนใหญ่จะพบในกรณีที่ท่วมระดับ 2,3

  • เบาะ หากผ่านการจมน้ำ โครงแผงเหล็กใต้เบาะจะขึ้นสนิม ฟองน้ำเบาะจะต้องเป็นสีเดิม ไม่เป็นคราบน้ำ ไม่ขึ้นรา ไม่เหม็นอับ
  • ขาแป้นเหยียบ ให้ตรวจดูที่ขาแป้นเบรก ขาแป้นคลัช ขาแป้นคันเร่ง เพราะอุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นเหล็ก ซึ่งต้องไม่เป็นสนิม
  • พรมพื้นรถ จะต้องไม่ขึ้นรา ไม่มีกลิ่นอับชื้น สะอาด ไม่มีคราบน้ำ
  • บานพับประตู จะต้องไม่ขึ้นสนิม
  • ตัวถังภายในรถ ลองแกะพวกกาบพลาสติกต่างๆที่เราสามารถแกะเพื่อดูโครงตัวรถได้ ซึ่งจะต้องไม่ขึ้นสนิม หรืออาจจะใช้วิธีดึงขอบยางรอบประตู เพื่อตรวจดูรอยสนิมต่างๆ
  • แผงหลังคา จะต้องไม่ขึ้นรา ไม่มีคราบน้ำ ไม่เปื่อยยุ่ย
  • พื้นตัวถังรถ ลองแง้มๆพรมดูที่พื้นรถ จะต้องไม่ขึ้นสนิม และสีจะต้องเป็นสีเดิมไม่ผ่านการทำสี

 

4.        พื้นเก็บสัมภาระด้านท้าย

พื้นเก็บสัมภาระด้านท้าย จุดนี้ส่วนใหญ่จะพบในกรณีที่ท่วมระดับ 2,3 ให้สังเกตที่พรม จะต้องไม่ขึ้นรา ไม่มีคราบน้ำ หลุมยางอะไหล่ ต้องไม่มีคราบน้ำคราบสนิม ซอกมุมจุดอับต่างๆ ต้องไม่ขึ้นสนิม

 

5.        เครื่องยนต์-เกียร์

เราสามารถทดสอบได้จากการดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ โดยสังเกตที่สีของน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ จะต้องไม่ขุ่นเป็นสีนม จากนั้นลองสตาร์ทรถ ดูความนิ่งของรอบเครื่องยนต์ จะต้องไม่สวิงไปมา เกียร์เดินหน้า-ถอยหลังต้องเข้าได้ปกติ ไม่กระตุก

 

6.        ขั้นตอนของการซื้อขาย

หากมีการตกลงซื้อขาย ขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อเป็นการป้องกันการหลอกขายรถจมน้ำ ในสัญญาซื้อขาย ควรให้ผู้ขายระบุให้ชัดเจน ว่ารถไม่เคยจมน้ำ หากพบภายหลังว่ามีการจมน้ำผู้ขายต้องยินยอมรับซื้อคืน

          ทั้งหมดนี้เป็นข้อแนะนำดีๆที่เราไม่ควรมองข้ามนะครับ ที่สำคัญอย่าให้อารมณ์อยากได้มาครอบงำจนทำให้เราหลงกลผู้ขาย เราควรตรวจสอบให้ถี่ถ้วน จะได้ไม่เสียรู้ในภายหลังนะครับ และหากท่านใดที่ยังกล้าๆกลัวไม่กล้าซื้อรถมือสอง ติดต่อมาที่เราได้ครับ เพราะทางเรามีบริการตรวจสอบ Inspection by one2car ที่ตรวจสอบได้ทั้งเครื่องยนต์ สี รถจมน้ำ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย และทีมงานตรวจสอบที่มีประสบการณ์ผ่านการอบรม ติดต่อมาที่ www.one2car.com เบอร์โทรศัพท์ 02 338 8500

เกี่ยวกับ Wongsathon

ความคิดเห็น
ค้นหาข่าวและรีวิว
แกลลอรี่รูปรถยนต์ ดูทั้งหมด

ศูนย์รวมรถใหม่