[Car in Focus] ทำความรู้จัก Toyota C-HR ก่อนเปิดตัวทำตลาดเมืองไทย

เรื่องเด่น

[Car in Focus] ทำความรู้จัก Toyota C-HR ก่อนเปิดตัวทำตลาดเมืองไทย

ปฏิเสธไม่ได้ว่า โตโยต้า ซี-เอชอาร์เป็นรถอีกหนึ่งรุ่นที่คอรถยนต์ชาวไทยหลายคนรอคอย ซึ่งว่ากันว่าจะเปิดตัวทำตลาดบ้านเราภายในปีนี้

ชื่อรุ่น “ซี-เอชอาร์” หรือ “C-HR” ย่อมาจากคำว่า “Coupe High-Rider” หากแปลตรงตัวก็คือรถคูเป้แบบยกสูง ถึงแม้ตัวถังของรถรุ่นนี้จะเป็นสไตล์ครอสโอเวอร์สี่ประตูก็ตาม แต่ก็บ่งบอกว่าโตโยต้าต้องการวางตำแหน่งให้ซี-เอชอาร์เป็นรถอเนกประสงค์แนวโฉบเฉี่ยวซึ่งกำลังเป็นเทรนด์มาแรงแซงโค้งในเวลานี้

เราขอนำสเปกบางส่วนของซี-เอชอาร์เวอร์ชั่นญี่ปุ่นมาให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน หลังจากมีรายงานว่ารถครอสโอเวอร์รุ่นนี้สามารถกวาดยอดจองได้อย่างถล่มทลายในแดนปลาดิบถึงเกือบ 5 หมื่นคัน ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่โตโยต้าวางไว้ถึง 8 เท่า!

ซี-เอชอาร์ พัฒนาบนโครงสร้างแพลทฟอร์ม TNGA (Toyota New Global Architecture) เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดแบบเดียวกับรถไฮบริดอย่างพริอุส โดยโตโยต้าคุยโวว่าแพลทฟอร์มดังกล่าวได้รับการปรับจูนจากการทดสอบในสนามเนอร์เบิร์กริงในเยอรมนีและอีกหลายสนามแข่ง รวมถึงบนท้องถนนทั่วยุโรปรวมระยะทางกว่า 1 แสนกิโลเมตร

การพัฒนาแพลทฟอร์ม TNGA เกิดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “สร้างสรรค์รถยนต์ที่ดียิ่งขึ้น” โดยมีคุณสมบัติสำคัญ 3 ประการคือ response × linearity × consistency นั่นคือการตอบสนองที่มั่นคงต่อเนื่องและสะดวกสบาย

รถครอสโอเวอร์รุ่นนี้ออกจำหน่ายในญี่ปุ่น 4 รุ่นย่อย เริ่มจากรุ่น G และ S ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซินลูกผสมไฮบริด พละกำลัง 122 แรงม้าแบบเดียวกับพริอุสใหม่แต่ได้รับการปรับจูนให้เข้ากับตัวรถซี-เอชอาร์โดยเฉพาะ ทำให้มีประสิทธิภาพความร้อนอยู่ที่ 40% (เป็นเครื่องยนต์เบนซินที่มีประสิทธิภาพความร้อนดีที่สุดในเวลานี้) ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติซีวีที ความโดดเด่นอยู่ตรงที่ตัวเลขอัตราบริโภคน้ำมันประหยัดระดับ 30.2 กม.ต่อลิตร รุ่นไฮบริดมีเฉพาะระบบขับเคลื่อนล้อหน้า

สำหรับรุ่น S-T และ G-T ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ความจุ 1.2 ลิตร รหัส 8NR-FTS ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในโตโยต้า ออริส รุ่นปรับโฉม รีดพละกำลัง 115 แรงม้าที่ 5,200-5,600 รอบต่อนาที แรงบิด 185 นิวตันเมตรที่ 1,500-4,000 รอบต่อนาที รุ่นเทอร์โบจะมีเฉพาะระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น

ทั้งนี้ โตโยต้าไม่ได้จัดจำหน่ายรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรในญี่ปุ่น แต่มีจำหน่ายในอีกหลายประเทศ ซึ่งมีพละกำลังอยู่ที่ 144 แรงม้า

หลายคนคงได้เห็นรูปลักษณ์ภายนอกของซี-เอชอาร์กันไปแล้วหลายครั้งซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าโตโยต้าเน้นออกแบบตัวรถเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ด้วยความแปลกตาและแตกต่างจากรถรุ่นอื่นของโตโยต้าอย่างชัดเจน

กรอบไฟหน้ามีดีไซน์ที่ฉีกกว้าง ไฟเลี้ยวมีลูกเล่นวิ่งตามทิศทางการเลี้ยวด้วยหลอดไฟแอลอีดี 12 ดวง (ครั้งแรกในรถโตโยต้าที่มีไฟเลี้ยวแบบนี้) ด้านข้างมีเส้นสายที่พาดจากหน้าลาดลงต่ำเกือบถึงขอบประตูและวิ่งขึ้นไปจนจรดไฟท้ายรูปทรงบูมเมอแรง มือจับเปิดประตูบานหลังซ่อนอยู่บนเสาหลังคาเพื่อเน้นภาพลักษณ์ความเป็นรถ “คูเป้” ขณะเดียวกัน ซุ้มล้อหน้าและหลังก็ดูบึกบึนเพื่อแฝงความเป็นรถครอสโอเวอร์ที่พร้อมใช้งานทุกรูปแบบไว้ด้วย

กระจกบังลมหน้าของซี-เอชอาร์สเปกญี่ปุ่นยังสามารถตัดแสงอัลตร้าไวโอเล็ตได้ 99% จึงสามารถขับขี่ได้อย่างเต็มทัศนวิสัยตลอดเวลา ขณะที่กระจกบังลมรอบคันยังเสริมด้วยวัสดุดูดซับเสียงรบกวนทั้งลมและจากพื้นถนน ส่วนกระจกมองข้างจะมีไฟโลโก้ C-HR ส่องสว่างบนพื้นเมื่อปลดล็อกประตู สีตัวถังภายนอกมีให้เลือกจุใจถึง 8 สี

ภายในห้องโดยสารของซี-เอชอาร์นับว่าโดดเด่นไม่แพ้ภายนอก สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยหน้าจอบนแผงแดชบอร์ดขนาดใหญ่ถึง 9 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสามก้าน และมาตรวัดทรงกลมที่มีหน้าจอแสดงผลตรงกลางขนาด 4.2 นิ้ว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมโหมด ECO

บนคอนโซลมีสวิทช์ที่ถูกรวบรวมไว้ที่เดียวเพื่อความสะอาดตา วัสดุเน้นผิวสัมผัสนุ่มนวลและสีสันส่วนใหญ่เป็นโทนเข้มทำให้ดูหรูหรา ขณะเดียวกัน ยังมีลูกเล่นบุผ้าที่มีแพทเทิร์นแบบสปอร์ตบริเวณเบาะที่นั่งและแผงข้างประตู ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูเยาว์วัย หัวเกียร์เป็นโลหะหุ้มด้วยหนังที่ตัดเย็บสวยงามซึ่งดึงดูดสายตาและน่าจับต้องใช้งานพอสมควร

เบาะที่นั่งแถวหลังสามารถพับแยกส่วน 60:40 ให้แบนราบได้เพื่อเพิ่มเนื้อที่บรรทุกสัมภาระเพิ่มเติม โดยเมื่อพับเบาะลงทั้งหมดจะมีความจุ 1,112 ลิตร ขณะเดียวกัน ยังมีช่องเก็บของจุกจิกอีกมากมายตามสไตล์รถอเนกประสงค์สำหรับคนเมือง

ส่วนเบาะที่นั่งแถวหน้าได้รับการออกแบบแนวสปอร์ตพร้อมบุเสริมความหนาที่จะกระจายแรงกดของตัวผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้กระจายอย่างทั่วถึงสำหรับการขับขี่ทั้งทางใกล้และทางไกล

ที่น่าสนใจก็คือระบบความปลอดภัยภายใต้แพ็คเกจ Safety Sense P ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย  เริ่มจากระบบป้องกันการชนซึ่งมาพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน มีเรดาร์ครูสคอนโทรลปรับความเร็วอัตโนมัติ ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร (พร้อมระบบควบคุมพวงมาลัย) ไฟสูงอัตโนมัติ ตลอดจนระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตาและการจราจรด้านหลัง

ระบบกันสะเทือนของซี-เอชอาร์เป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัทที่ด้านหน้า และดับเบิลวิชโบนที่ด้านหลัง มาพร้อมเหล็กกันโคลงขนาดใหญ่และช็อกอัพของซาคส์ (Sachs) ที่ถูกปรับจูนให้ผสมผสานเสถียรภาพและความสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังมีวัสดุยูรีเทนที่ช่วยดูดซับแรงสะเทือนอีกทางหนึ่งซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรถโตโยต้า

ราคาจำหน่ายซี-เอชอาร์เริ่มจากรุ่น S-T อยู่ที่ 2.516 ล้านเยน รุ่น S เคาะ 2.646 ล้านเยน รุ่น G-T ที่ 2.775 ล้านเยน และรุ่นท็อปไลน์ G เปิดราคา 2.905 ล้านเยน หากคิดเป็นสกุลเงินไทยก็อยู่ที่ราว 7.7 แสนบาทไปจนถึง 8.9 แสนบาท

สำหรับกำหนดการเปิดตัวของโตโยต้า ซี-เอชอาร์ในเมืองไทยยังไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่เราจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบกันอีกครั้ง

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



ข่าวฟีเจอร์

[How To] คลิปวีดีโอ วิธีตรวจเช็คตัวถังรถยนต์มือสองเบื้องต้นแบบง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

[How To] คลิปวีดีโอ วิธีตรวจเช็คตัวถังรถยนต์มือสองเบื้องต้นแบบง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

วีดีโอ
รับชมวีดีโอ วิธีการตรวจเช็คตัวถังรถยนต์มือสองเบื้องต้น แบบง่ายๆ ที่ใครๆก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ
VISARN PICKUP DAY 2018 ยกขบวนรถกระบะคุณภาพ  คัดพิเศษกว่า 100 คัน มาไว้ให้คุณ !!!

VISARN PICKUP DAY 2018 ยกขบวนรถกระบะคุณภาพ คัดพิเศษกว่า 100 คัน มาไว้ให้คุณ !!!

ข่าววงการรถยนต์
VISARN PICKUP DAY 201827 – 30 กันยายน 2561พบโปรโมชั่นสะท้าน โชว์รูม แรงจริงเรารวบรวมรถกระบะคุณภาพ คัดพิเศษ มาให้เลือกมากกว่า 100 คัน ทั้ง 2 สาขาพิเศษ ...
One2car.com จับมือ iflix มอบสุดยอดความบันเทิงแก่ลูกค้า

One2car.com จับมือ iflix มอบสุดยอดความบันเทิงแก่ลูกค้า

ข่าววงการรถยนต์
โดยลูกค้าที่ประกาศขายรถบ้านในเว็บไซต์ one2car.com พร้อมซื้อแพ็กเกจดันประกาศขึ้นอันดับหนึ่ง มูลค่า 500 บาท ขึ้นไป ...

เเสดงความคิดเห็น

Support
แชท Support
ติดต่อเจ้าหน้าที่ Support
0 Support
Support
รายการแชททั้งหมด0
จัดเก็บแล้ว
Chat
ไม่พบแชท
เริ่มต้นการค้นหาและแชทด้วยผู้ขาย