6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อต้องจอดรถทิ้งไว้นานๆ ช่วงโควิด-19 

เรื่องเด่น

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อต้องจอดรถทิ้งไว้นานๆ ช่วงโควิด-19 

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อต้องจอดรถทิ้งไว้นานๆ ช่วงโควิด-19 ลองมาเช็คดูกัน 6 สิ่ง ที่คนรักรถอย่างเราต้องทำ มีอะไรบ้าง

 

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อต้องจอดรถทิ้งไว้นานๆ ช่วงโควิด-19

1. หลีกเลี่ยงการจอดรถกลางแดด

ก่อนอื่นหากมีความจำเป็นต้องจอดรถทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน ควรหาที่จอดรถอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการจอดรถทิ้งไว้กลางแสงแดด เพราะความร้อนจะเป็นตัวเร่งให้ชิ้นส่วนต่างๆ ที่เป็นพลาสติกภายในห้องโดยสารกรอบแตกไว และยังทำให้มีสีซีดจางลงได้
หากจำเป็นต้องจอดรถไว้กลางแดดจริงๆ ก็ควรหาซื้อม่านบังแดดมาใช้งาน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้อุปกรณ์ภายในรถโดนแสงแดดโดยตรง จะช่วยยืดอายุของวัสดุภายในห้องโดยสารได้ในระดับหนึ่ง

2. หมั่นล้างรถเดือนละ 1-2 ครั้ง

แม้ว่าจะไม่ได้ขับรถไปไหน แต่ก็ควรหมั่นล้างรถอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อรักษาสภาพสีตัวถังไม่ให้เกิดคราบฝังลึก ซึ่งเป็นอันตรายต่อชั้นสี โดยเฉพาะคราบมูลนกหรือฝุ่นที่เกิดโดยรอบสถานที่ (ตัวอย่างเช่น ข้างบ้านมีไซต์งานก่อสร้าง ก็จะทำให้มีฝุ่นสะสมได้ไวมากขึ้น เป็นต้น)

3. ตรวจสอบของเหลวในห้องเครื่องยนต์บ้าง

หมั่นตรวจสอบสภาพห้องเครื่องยนต์ไม่ให้มีสิ่งใดผิดปกติ โดยเฉพาะระดับของเหลวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, น้ำมันเบรก, น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์, น้ำหล่อเย็น ฯลฯ ทั้งหมดควรอยู่ในระดับพอดี ไม่มีสีหรือกลิ่นผิดแปลกไป รวมถึงตรวจเช็กการรั่วซึมต่างๆ ภายในห้องเครื่องยนต์ด้วย

4. นำรถไปขับระยะทางใกล้ๆ เมื่อมีโอกาส

แม้ว่าจะไม่มีธุระที่ต้องขับรถออกไปข้างนอก แต่ก็ควรนำรถออกไปขับเป็นระยะทางใกล้ๆ รอบหมู่บ้านหรือหน้าปากซอยก็ยังดี เพื่อให้ชิ้นส่วนต่างๆ ที่ต้องขยับ ได้มีการขยับตัวบ้าง จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ดีกว่าการจอดทิ้งไว้เฉยๆ อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้ยางถูกกดทับในตำแหน่งเดียวนานจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายกับแก้มยาง หรือทำให้ยางผิดรูปจนเกิดอาการสั่นขณะขับรถได้

5. เติมลมยางให้พอดีอยู่เสมอ

โดยปกติแล้วลมยางสามารถซึมออกได้ตลอดเวลาแม้ว่าจะจอดรถอยู่นิ่งๆ ก็ตาม จึงควรหมั่นตรวจเช็กแรงดันลมยางให้ได้ระดับตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้เสมอ มิเช่นนั้นแล้วจะทำให้ยางแบนผิดรูปจนแก้มยางปริแตกเกิดเป็นอันตรายต่อการขับขี่ได้

6. แบตเตอรี่ต้องดูแลเช่นกัน

ระบบไฟของรถตัวรถเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน หากปล่อยให้แบตเตอรี่หมด ก็จะทำให้รถสตาร์ตไม่ติด และอาจทำให้ระบบไฟภายในรถรวนได้ โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ๆ ที่มีระบบไฟซับซ้อนกว่าสมัยก่อน หากไม่มีไฟคอยเลี้ยง อาจทำให้ระบบบางอย่างทำงานผิดปกติ

ทางที่ดีควรหาซื้ออุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ภายในรถ ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อและระดับราคา เช่น CTEK, FOXSUR และอื่นๆ จะช่วยให้รถมีแบตเตอรี่เพียงพอต่อการใช้งานเสมอ และช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ ทางที่ดีควรเลือกที่มีมาตรฐาน สามารถจ่ายไฟได้เสถียรและคงที่ มีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อเกิดความผิดปกติ จะได้ไม่เกิดความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าในรถยนต์ของคุณ

ที่มา สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว


ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car
 




ข่าวฟีเจอร์

Ford Everest ก่อนรุ่น Next Gen ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท

Ford Everest ก่อนรุ่น Next Gen ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท

เรื่องเด่น
Ford Everest Ford Everest 2018ฟอร์ด เอเวอร์เรส รุ่นปี 2018 โดดเด่นด้วยราคาทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจมากขึ้น ถ้ามองกันในตลาดด้วยราคาสามารถเบียดกับกลุ่ม ...
วิธีคำนวณค่างวดรถมือสอง 2565

วิธีคำนวณค่างวดรถมือสอง 2565

เรื่องเด่น
วิธีคำนวณค่างวดรถมือสอง 2565หากเราสามารถคำนวณค่างวดรถมือสองด้วยตัวเองได้ ถือเป็นการเตรียมตัว และช่วยในการวางแผนด้านการเงินของเราไปในตัว ...
อัพเดทปี 2022 สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยที่ไหนถูกสุด

อัพเดทปี 2022 สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยที่ไหนถูกสุด

เรื่องเด่น
สินเชื่อรถมือสอง ที่โดนใจสุด ๆ 1.ธนาคารกสิกรไทยสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้วธนาคารกสิกรไทยให้วงเงินสินเชื่อสงูสุด 100% ของประเมิน -ระยะเวลาผ่อนชำระสงูสุด 72 ...

เเสดงความคิดเห็น