ใบขับขี่หายทำยังไงดี? ต้องแจ้งความหรือไม่? บทความนี้มีคำตอบ!

เรื่องเด่น

ใบขับขี่หายทำยังไงดี? ต้องแจ้งความหรือไม่? บทความนี้มีคำตอบ!

ใบขับขี่ นับเป็นหนึ่งในหลักฐานที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว แต่ถ้าเกิดว่าบังเอิญทำใบขับขี่หายขึ้นมาล่ะ แบบนี้ต้องทำยังไง? ต้องแจ้งความหรือเปล่านะ?

ใจเย็นๆ เข้าไว้ ปัจจุบันการทำใบขับขี่ใหม่ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว โดยบทความนี้ one2car จะแนะนำขั้นตอนต่างๆ เมื่อทำใบขับขี่หายแบบละเอียดยิบ! มาดูกันเลยว่าต้องทำยังไงบ้าง

ใบขับขี่หายทำยังไง? ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง?

สำหรับใครที่ทำใบขับขี่หาย แน่นอนว่าต้องไปดำเนินการออกใบอนุญาตใหม่ที่กรมการขนส่งทางบก แต่อย่างที่ทราบกันดีว่ากรมการขนส่งนั้นมีผู้มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชัน DLT SMART Q ขึ้นมาเพื่อทำการจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้า โดยสามารถดาวน์โหลดได้จาก Link ดังนี้

เมื่อทำการดาวน์โหลดแอปฯ เรียบร้อยแล้ว โดยเบื้องต้นสามารถแยกการดำเนินการออกเป็น 3 กรณี ซึ่งแต่ละกรณีก็จะการดำเนินการที่แตกต่างกัน ดังนี้

กรณีที่ 1 ใบขับขี่หาย แต่ยังไม่หมดอายุ

สำหรับกรณีที่ใบขับขี่หายแต่ยังไม่หมดอายุ รวมถึงกรณีที่ใบขับขี่ตลอดชีพหายเช่นเดียวกัน คุณสามารถจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปฯ DLT SMART Q และดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ได้เลย!

  • เลือกสำนักงานขนส่งที่สะดวกเข้าใช้บริการ
  • เลือก “งานใบอนุญาต”
  • เลือก “ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล”
  • เลือก “อื่นๆ”
  • เลือกยานพาหนะที่ต้องการ และทำการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
  • เลือก “ใบอนุญาตส่วนบุคคล: ใบแทนชำรุดหรือสูญหาย”

จากนั้นให้ไปที่กรมการขนส่งตามเวลา และสถานที่ที่ทำการเลือกไว้ โดยนำบัตรประชาชนตัวจริงไปด้วย (ไม่จำเป็นต้องแจ้งความ) จากนั้นรอเจ้าหน้าที่ดำเนินการ และชำระค่าธรรมเนียม 105 บาท เป็นอันเรียบร้อย

กรณีที่ 2 ใบขับขี่หาย และหมดอายุไม่เกิน 1 ปี

ในกรณีที่ใบขับขี่หาย และหมดอายุไม่เกิน 1 ปี จะมีขั้นตอนการดำเนินการที่มากขึ้นเล็กน้อย โดยอันดับแรกให้ทำการจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปฯ DLT SMART Q ตามขั้นตอนดังนี้

  • เลือกสำนักงานขนส่งที่สะดวกเข้าใช้บริการ
  • เลือก “งานใบอนุญาต”
  • เลือก “ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล”
  • เลือก “ต่อใบอนุญาตขับรถ”
  • เลือกยานพาหนะที่ต้องการ และติ๊ก ✓ ในช่อง “ใบอนุญาตขับรถสูญหาย”
  • เลือกประเภทการต่อใบขับขี่ให้ถูกต้อง (หมดอายุไม่เกิน 1 ปี)

สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปีนั้น จะต้องเตรียมเอกสาร 2 อย่าง ได้แก่บัตรประชาชน (ฉบับจริง) และใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน) โดยจะมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย 4 ประการ ได้แก่ ทดสอบอาการตาบอดสี วัดสายตาทางกว้าง ทางลึก และตรวจการตอบสนอง

จากนั้นให้ทำการชำระค่าธรรมเนียมจึงเป็นอันเสร็จสิ้น (ค่าธรรมเนียมสำหรับรถยนต์ 505 บาท สำหรับรถจักรยานยนต์ 255 บาท)

กรณีที่ 3 ใบขับขี่หาย และหมดอายุเกิน 1 ปี

สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หาย และหมดอายุเกิน 1 ปีนั้น จะมีขั้นตอนการจองคิวผ่าน DLT SMART Q แบบเดียวกับกรณีที่ 2 แต่ผู้ขอใบอนุญาตจะต้องทำการอบรมต่อใบขับขี่ และทำการทดสอบเพิ่มเติม ดังนี้

  • สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 3 ปี จะต้องทำการอบรม 5 ชั่วโมง และทดสอบข้อเขียนเพิ่มเติม 
  • สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปีขึ้นไป จะต้องทำการอบรม 5 ชั่วโมง ทดสอบข้อเขียน รวมไปถึงทดสอบการขับรถ 

โดยในวันนัดหมายทำใบขับขี่นั้น จะต้องเตรียมเอกสารมาด้วยกันดังนี้

  • บัตรประชาชน (ฉบับจริง)
  • ใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 1 เดือน
  • หลักฐานผ่านการอบรมใบขับขี่
  • หลักฐานผ่านการทดสอบขับรถ (สำหรับกรณีที่ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี)

จากนั้นให้ทำการชำระค่าธรรมเนียมจึงเป็นอันเสร็จสิ้น (ค่าธรรมเนียมสำหรับรถยนต์ 505 บาท สำหรับรถจักรยานยนต์ 255 บาท)

***ผู้ขอใบอนุญาตสามารถอบรมออนไลน์ผ่านระบบ e-Learning ของกรมการขนส่งทางบกได้ที่ >>> https://www.dlt-elearning.com/ เมื่ออบรมเสร็จสิ้นแล้วให้ทำการบันทึกผลผ่านการอบรมเพื่อใช้เป็นหลักฐาน

ประกาศกรมการขนส่ง

เอกสารที่ต้องเตรียมเมื่อใบขับขี่หาย

  • บัตรประชาชน (ฉบับจริง)
  • หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ คำนำหน้าชื่อ ยศ วันเกิด หรือถิ่นที่อยู่ (เฉพาะกรณีที่ต้องการแก้ไขรายการในใบขับขี่)
  • ใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 1 เดือน (สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุ)
  • หลักฐานผ่านการอบรมใบขับขี่ (สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปีขึ้นไป)
  • หลักฐานผ่านการทดสอบขับรถ (สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี)

ใบขับขี่หายจำเป็นต้องแจ้งความไหม?

คำตอบคือ ไม่จำเป็น เนื่องจากทางกรมการขนส่งทางบกนั้นจะมีแบบฟอร์มระบุการสูญหายให้เรากรอกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเตรียมเอกสารที่จำเป็นอื่นๆ แล้วจองคิวเข้าใช้บริการได้เลย!

ในแอปฯ คิวเต็ม Walk-In ไปทำใบขับขี่ได้หรือไม่?

สำหรับคนที่โหลดแอปฯ DLT SMART Q เรียบร้อยอาจจะเห็นกันแล้วว่า คิวทำใบขับขี่ในหลายๆ วันนั้นเต็มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเราต้องรีบใช้ใบขับขี่มากๆ ล่ะ สามารถ Walk-in ไปที่กรมการขนส่งแต่เช้าตรู่เพื่อรอคิวได้มั้ยนะ?

one2car แนะนำว่าให้ติดต่อสอบถามกับกรมการขนส่งก่อนจะดีที่สุด! เพราะว่าในบางสาขานั้นจะมีผู้มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก จึงไม่เปิดรับบริการแบบ Walk-in ไม่อย่างนั้นอาจจะไปเสียเที่ยวเอาได้ โดยสามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางดังนี้

  • แนะนำ ติดดต่อโดยตรงผ่านเบอร์โทรศัพท์ของกรมการขนส่งสาขาที่คุณต้องการใช้บริการ
  • โทรศัพท์ : 0-2271-8888 (หมายเลขกลาง)
  • Call Center และศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารสาธารณะ : โทรศัพท์ 1584
  • Email : webmaster@dlt.mail.go.th

สรุป

เท่านี้ทุกคนก็น่าจะได้ทราบกันแล้วว่าเมื่อใบขับขี่หายแล้วสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง แต่ one2car แนะนำว่าถ้าหายปุ๊บให้รีบไปทำโดยเร็วที่สุดจะดีกว่า เพราะถ้าขับรถโดยไม่มีใบขับขี่จะสร้างปัญหาให้คุณมากมายเลยทีเดียว แถมยังถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท จำคุก 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับเลยทีเดียว

=====================

Autospinn เว็บไซต์รายงานข่าวรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า รถมอเตอร์ไซค์ เช็ควันเปิดตัวรถใหม่ ราคารถ ตารางผ่อน และรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ โดยทีมงานมืออาชีพ
ซื้อ-ขาย รถมือสอง ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยชัวร์ ต้องที่ ตลาดรถ one2car




ข่าวฟีเจอร์

Ford Everest ก่อนรุ่น Next Gen ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท

Ford Everest ก่อนรุ่น Next Gen ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท

เรื่องเด่น
Ford Everest Ford Everest 2018ฟอร์ด เอเวอร์เรส รุ่นปี 2018 โดดเด่นด้วยราคาทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจมากขึ้น ถ้ามองกันในตลาดด้วยราคาสามารถเบียดกับกลุ่ม ...
วิธีคำนวณค่างวดรถมือสอง 2565

วิธีคำนวณค่างวดรถมือสอง 2565

เรื่องเด่น
วิธีคำนวณค่างวดรถมือสอง 2565หากเราสามารถคำนวณค่างวดรถมือสองด้วยตัวเองได้ ถือเป็นการเตรียมตัว และช่วยในการวางแผนด้านการเงินของเราไปในตัว ...
อัพเดทปี 2022 สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยที่ไหนถูกสุด

อัพเดทปี 2022 สินเชื่อรถมือสอง ดอกเบี้ยที่ไหนถูกสุด

เรื่องเด่น
สินเชื่อรถมือสอง ที่โดนใจสุด ๆ 1.ธนาคารกสิกรไทยสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้วธนาคารกสิกรไทยให้วงเงินสินเชื่อสงูสุด 100% ของประเมิน -ระยะเวลาผ่อนชำระสงูสุด 72 ...

เเสดงความคิดเห็น